“แสวง” ยืนยัน สแกน “บาร์โค้ด” ก็ไม่รู้ว่าลงคะแนนให้ใคร!
“แสวง” ยืนยัน สแกน “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ก็ไม่รู้ว่าลงคะแนนให้ใคร ยันการออกเสียงของประชาชนเป็นความลับ ไม่มีผู้ใดเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่มีคำสั่งศาล
เมื่อเวลา 08.48 น. วันนี้ (วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัว ระบุยืนยันหลักการโดยตรงและลับ และความปลอดภัยของการใช้บาร์โค้ด ระบุว่า
หลักการโดยตรงและลับ...
หลักการความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้ง...
Barcode กับ 2 หลักการ...
Barcode กับการออกเสียงโดยตรงและลับ...
1. หลักการโดยตรงและลับ
เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษชนในการเลือกตั้ง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(UDHR) ของสหประชาติ(UN) ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่าในการเลือกตั้งการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดทราบได้
2. หลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง
เป็นหลักการที่มาจากปฏิญญาสากลเช่นกัน ที่กำหนดว่าการเลือกตั้งต้อง "เสรีและเป็นธรรม"(Free &Fair)
กฎหมายจึงกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบรหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น
3. Barcode กับ 2 หลักการ
Barcode ถูกนำมาใช้กับ "หลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและความปลอดภัยของการเลือกตั้ง" แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ให้ 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้อย่างเรียบร้อย
ในการเลือกตั้งทั้ง 2 หลักการได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นกิจกรรมเดียวกันพอดี คือ ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงตนรับบัตร รับบัตรเข้าคูหา หย่อนบัตรลงหีบ นับคะแนน นำบัตรและอุปกรณ์ไปส่ง ยุบรวมหีบ และจัดเก็บรักษา
เพื่อให้ทั้ง 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้ และให้การออกเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีการออกแบบการออกเสียงลงคะแนนทุกขั้นตอนเพื่อป้องกัน และสอบทานซึ่งกันและกันได้ อาทิ มีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิ ในถุงที่เตรียมใว้ มีสายรัดใว้ แล้วเก็บใว้แยกหีบกัน การใช้บุคลากรในแต่ละขั้นตอนคนละชุดกัน อาทิ ที่หน่วยเลือกตั้ง คือ กปน ที่รับบัตร คือ อนุอำเภอ และ ที่จัดเก็บเป็น สนง กกต จังหวัด เป็นต้น
4. Barcode กับการออกเสียงโดยตรงและลับ
การใช้ barcode ในบัตรเลือกตั้ง กรณีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งถ่ายรูปบัตรที่มี barcode จะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ทราบอย่างแน่นอน
แต่หากมีผู้พยามอยากจะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร(เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ) ก็มีมาตรการในการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 3 คือ การเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัตรชีรายชื่อ แยกจากกัน ในที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดจะเข้าถึงได้โดยไม่มีคำสั้งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาลก็เพื่อการเลือกตั้งที่มีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น และการเปิดหีบเอกสารก็จะเปิดเท่าทีจำเป็น หีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้องไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน
การออกเสียงโดยตรงและลับ ใช้กับ ทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนของ กกต กปน ด้วย ที่เกรงว่า กปน จะถ่ายรูปบัตร แล้วนำมาให้บุคคลภายนอก นั้น กปน. ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีอยู่คนเดียว คือ กปน ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร นั้นถือว่า กปน เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม (โดยสภาพถ่ายได้เฉพาะบัตรเปล่า เพราะเป็นช่วงจ่ายบัตร ยังไม่ได้มอบบัตรให้แก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง )
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยมี Barcode จะทราบทันทีว่าบัตรนั้นเป็นบัตรจากหน่วยใด กปน คนใดเป็นคนจ่าย สำนักงานจะดำเนินการในส่วนที่เกียวข้องว่าอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 ราย
ดังนั้น ต้องแยกมาตรการ หรือ กระบวนการออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วย มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคลนั้นก็ต้องรับในสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด
มาตราการจึงออกแบบมาเพื่อให้ออกเสียงโดยตรงและลับ ส่วนการจะไปตรวจว่าใครลงคะแนนให้ใคร ไม่สามารถทำได้ คนที่จะทำเช่นนั้นคือคนที่มีเจตนาทุจริต ให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักการโดยตรงและลับ และหลักการความปลอดภัยของการเลือกตั้ง คือการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องมาจากมีความกังวลว่าบาร์โค้ดอาจถูกใช้สแกนเพื่อโยงกลับไปหาต้นขั้วบัตรที่มีชื่อผู้สิทธิฯ จนทำให้การลงคะแนน "ไม่เป็นความลับ" และเสี่ยงทำเลือกตั้งโมฆะ.


