ส่องพิรุธชลบุรีเขต 1! 'สมชัย' เปิดฉากทัศน์เลือกตั้ง 69 เสี่ยงโมฆะ-กกต.คุก
อดีต กกต. ทุบโต๊ะชี้พิรุธหีบบัตรไร้สายรัด-ใบคะแนนทิ้งขยะ เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ย้ำหากปล่อยเป็นมาตรฐานใหม่ เสี่ยงทำเลือกตั้งโมฆะและบอร์ด กกต. ติดคุก
KEY
POINTS
พิรุธเอกสารในกองขยะ: พบใบคะแนน (ส.ส. 5/11) นอกหีบขัดแย้งระเบียบการจัดเก็บ ส่อเจตนาทำเอกสารใหม่สวมสิทธิ์ผลคะแนน
มาตรฐานหีบบัตรล้มเหลว: การละเลยสายรัด (Cable Tie) และลายเซ็นกำกับหีบ ทำลายความเชื่อมั่นและเปิดช่องทุจริตเปลี่ยนบัตรภายใน
วิกฤตความรับผิดชอบ: หาก กกต. ยืนยันว่าความบกพร่องเป็น "เรื่องปกติ" อาจเผชิญวิบากกรรม ม.157 และศาลรัฐธรรมนูญสั่งเลือกตั้งโมฆะ
รายงานพิเศษ: บรรทัดฐานใหม่หรือหายนะประชาธิปไตย?
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาโต้กลับคำชี้แจงของ กกต. กรณีความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ไม่อาจมองว่าเป็น "เรื่องปกติ" ได้ในทางปฏิบัติ
ปมร้อน: เอกสารทิ้งขยะและหีบไร้การป้องกัน จากกรณีพบใบคะแนนขีดคะแนนในกองขยะ
นายสมชัยระบุว่านี่คือหลักฐานสำคัญที่ต้องถูกเก็บไว้ในหีบเท่านั้น การพบนอกหีบจึงนำไปสู่ข้อสันนิษฐานเรื่องการ "สวมตัวเลข" ให้ตรงกับใบรายงานผล
ขณะที่ประเด็นหีบบัตรไม่มีสายรัดและลายเซ็นกรรมการ ถือเป็นการละเลยระเบียบปฏิบัติอย่างร้ายแรง เพราะสายรัดคือเครื่องยืนยันความถูกต้อง หากไม่มีใครกล้าเซ็นกำกับ ย่อมหมายถึงไม่มีใครกล้ารับรองสิ่งที่อยู่ข้างใน
ฉากทัศน์ "เลือกตั้งโมฆะ" และอาญา ม.157 หากความผิดปกตินี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง กระบวนการเลือกตั้งจะขัดต่อรัฐธรรมนูญทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเป็นโมฆะทั้งประเทศ
นอกจากนี้ กกต. ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ยังเสี่ยงถูกฟ้องตาม ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากพิสูจน์ได้ว่าจงใจละเลยระเบียบเพื่อเอื้อประโยชน์หรือทำให้เกิดความเสียหาย
ช่องทางการยื่นคำร้องและยื่นฟ้อง หากพบพฤติการณ์ส่อทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนและผู้สมัครสามารถดำเนินการผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้:
ยื่นคัดค้านต่อ กกต. (เพื่อสั่งเลือกตั้งใหม่): ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัคร ยื่นคำร้องต่อ กกต. จังหวัดหรือ กกต. กลาง ภายใน 30 วัน นับแต่ประกาศผล
หาก กกต. พบมูลความจริง มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดเลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่มีปัญหาได้ทันที
ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (เอาผิดตัวบุคคล): ใช้ในกรณีเจ้าหน้าที่ กกต. ละเลยระเบียบ (เช่น ไม่รัดสายรัดหีบ) ตาม ม.157 ประชาชนผู้เสียหายฟ้องตรงได้เอง หรือร้องผ่าน ป.ป.ช. เพื่อส่งฟ้องศาล
ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ (เพื่อสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ): กรณีความผิดปกติเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบจนขัดหลักการ "สุจริตและเที่ยงธรรม" ตามรัฐธรรมนูญ ต้องใช้การเข้าชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่านช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยล้มการเลือกตั้งทั้งระบบ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
กกต. กำลังเผชิญกับบทพิสูจน์ศรัทธา หากยังยืนยันว่าการปิดเทปกาวแทนสายรัดคือมาตรฐานที่เพียงพอ ในอนาคตความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้งอาจหมดไป และ "ที่นอน" ของกรรมการ กกต. อาจต้องเปลี่ยนไปอยู่ในเรือนจำแทน


