เทียบสถิติ 3 ศึกเลือกตั้ง: ปี 69 คนใช้สิทธิวูบ 10% โหวตโนพุ่งทุบสถิติ
ย้อนรอยสถิติเลือกตั้ง พบปี 66 ครองแชมป์คนใช้สิทธิสูงสุด 75.7% ก่อนร่วงเหลือ 65% ในปี 69 สวนทางยอด Vote No ที่พุ่งสูงกว่า 2.4 ล้านใบ สะท้อนสัญญาณเบื่อหน่ายและคำถามถึงความโปร่งใสที่ กกต. ต้องเร่งชี้แจง
KEY
POINTS
- การเลือกตั้งปี 2569 มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 10% เมื่อเทียบกับครั้งก่อนหน้า เหลือเพียง 65.07%
- ยอดบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือ "โหวตโน" พุ่งสูงทุบสถิติเกือบ 2.5 ล้านใบ สะท้อนความไม่พอใจของประชาชนต่อระบบการเมือง
- ตัวเลขสถิติที่ผิดปกติ ประกอบกับข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสในการนับคะแนน นำไปสู่วิกฤตศรัทธาต่อการทำงานของ กกต.
รายงานพิเศษ: สัญญาณอันตรายและบททดสอบ กกต.
จากตัวเลขผู้มาใช้สิทธิในปี 2569 ที่ลดลงเหลือเพียง 65.07% สวนทางกับกระแสความตื่นตัวของประชาชน ถือเป็นตัวเลขที่ "หายไป" อย่างน่าสงสัย ผนวกกับจำนวนบัตรเสียที่พุ่งสูงเกือบ 2.8 ล้านใบ นำมาสู่ข้อสันนิษฐานเรื่องความผิดพลาดในการวินิจฉัยบัตรและการนับคะแนนที่ส่อเค้าไม่โปร่งใส
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุชัดเจนว่า กกต. ทั้ง 7 ท่านไม่อาจนิ่งเฉยอยู่เบื้องหลังได้ เนื่องจากกฎหมายให้อำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที โดยเฉพาะกรณีชลบุรีที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์เรื่องหีบบัตรและใบนับคะแนน (คลิกอ่านที่มา)
"หากไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สุจริตเที่ยงธรรมที่มีหลักฐานชัดเจน ผมเชื่อว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะประชาชนกำลังเปรียบเทียบความผิดปกติครั้งนี้กับการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2500"
ปรากฏการณ์ "โหวตโน" เกือบ 2.5 ล้านใบ คือเสียงตะโกนจากประชาชนที่เบื่อหน่ายระบบการเมืองและต้องการทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจปากท้อง หาก กกต. ยังไม่สามารถสร้างความกระจ่างในกระบวนการนับคะแนนได้ วิกฤตศรัทธาครั้งนี้อาจลุกลามจนยากจะควบคุม
สรุปวิกฤตเลือกตั้ง 69: ข้อกังขา สถิติ และอำนาจ กกต.
1. วิกฤตศรัทธาพุ่งสูง: ยอด "โหวตโน" ทุบสถิติ
ปรากฏการณ์ "บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน" (Vote No) พุ่งสูงถึง 2.4 ล้านใบ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 สะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อขั้วการเมืองปัจจุบัน ประชาชนเลือกส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า "ไม่ต้องการเลือกใคร" แทนการนอนหลับทับสิทธิ ซึ่งเป็นนัยสำคัญทางการเมืองที่มองข้ามไม่ได้
2. ข้อกังขาด้านความโปร่งใส: รอยด่างพร้อยที่ชลบุรี
พบหลักฐานความผิดปกติกระจายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่มีการตรวจพบหีบบัตรไม่ได้ผนึก และใบนับคะแนนถูกทิ้งในถังขยะอย่างน่าสงสัย ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างโจ่งแจ้งนี้ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และนำไปสู่การเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2500 ที่ได้ชื่อว่าเป็นการเลือกตั้งที่ "สกปรก" ที่สุดในประวัติศาสตร์
3. มาตรา 124: กฎหมายให้อำนาจ กกต. ต้องเร่งจัดการ
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ย้ำเตือนถึงอำนาจของ กกต. ตาม พรป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 124 ซึ่งระบุชัดว่า กกต. มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ทันที หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. ทั้ง 7 ท่านจึงไม่อาจนิ่งเฉยต่อหลักฐานที่ปรากฏชัดเจนต่อสายตาประชาชนได้อีกต่อไป


