posttoday
เจาะนโยบายเลือกตั้ง 69: ของฟรี ประชานิยมสุดขั้ว หรืออนาคตที่ยั่งยืน?

เจาะนโยบายเลือกตั้ง 69: ของฟรี ประชานิยมสุดขั้ว หรืออนาคตที่ยั่งยืน?

03 กุมภาพันธ์ 2569

วิเคราะห์สมรภูมิเลือกตั้ง 2569 กับกับดักประชานิยมที่อาจแลกด้วยวิกฤตหนี้สาธารณะ พร้อม 5 บทเรียนสำคัญและทางออกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการอยู่รอดของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

KEY

POINTS

  • นโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองต่างๆ เสี่ยงสร้างภาระหนี้สาธารณะที่สูงอยู่แล้ว (ใกล้ 65% ของ GDP) ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการคลังในอนาคต
  • พรรคการเมืองส่วนใหญ่ขาดความชัดเจนเรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณสำหรับนโยบายที่นำเสนอ ทำให้ประชาชนไม่สามารถประเมินภาระค่าใช้จ่ายที่แท้จริงได้
  • ผู้เชี่ยวชาญ (TDRI) เสนอทางออกที่ยั่งยืนกว่านโยบายแจกเงิน โดยเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น การปราบโกง เพิ่มผลิตภาพ และรักษาวินัยการคลัง

การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ไม่ใช่เพียงการประชันนโยบายเพื่อเรียกคะแนนเสียง แต่คือบทพิสูจน์ "วุฒิภาวะทางการคลัง" ของประเทศไทย ท่ามกลางมหกรรมลดแลกแจกแถมที่พรรคการเมืองต่างนำเสนอ คำเตือนจาก TDRI เปรียบเสมือนสัญญาณไฟแดงที่เตือนให้คนไทยหยุดคิดว่า "ของฟรี" ในวันนี้ อาจกลายเป็น "หนี้ก้อนโต" ที่คนรุ่นหลังต้องแบกรับ

1. เพดานหนี้สาธารณะ: พื้นที่ว่างที่หายไป
ปัจจุบันหนี้สาธารณะจ่อระดับ 65% ของ GDP กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้รัฐบาลใหม่แทบไม่มีช่องว่างในการทำนโยบายกู้เงินเพิ่ม หากยังดึงดันใช้จ่ายเกินตัว ประเทศเสี่ยงเผชิญ "หน้าผาทางการคลัง" (Fiscal Cliff) ที่งบประมาณกว่า 15% ต้องถูกนำไปชำระดอกเบี้ย แทนที่จะนำไปพัฒนานวัตกรรมหรือการศึกษา

2. สงครามตัวเลข: งบประมาณที่ "ซ่อน" อยู่
จากการตรวจสอบ 5 พรรคใหญ่ พบวงเงินงบประมาณที่แจ้งต่อ กกต. มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ:

  • พรรคประชาชน: 741,835 ล้านบาท (เน้นปฏิรูปงบประมาณ)
  • พรรคประชาธิปัตย์: 531,050 ล้านบาท (เน้นพันธบัตร)
  • พรรคกล้าธรรม: 440,558 ล้านบาท (เน้นรายได้ใหม่)
  • พรรคเพื่อไทย: 243,300 ล้านบาท (บริหารภาษี/FIDF)
  • พรรคภูมิใจไทย: 148,326 ล้านบาท (เน้น PPP) 

หมายเหตุ: ในฐานะรัฐบาลผสม ตัวเลขจริงอาจพุ่งสูงขึ้นจากการรวมนโยบายหลายพรรคเข้าด้วยกัน

3. กับดัก Moral Hazard: ทำลายวินัย-ลดผลิตภาพ
นโยบายบางอย่างแฝงด้วยอันตรายต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น การที่รัฐช่วยจ่ายค่าแรงส่วนต่าง (พรรคกล้าธรรม) ซึ่งอาจทำให้เพดานผลิตภาพหยุดชะงัก หรือนโยบายเน้นการเสี่ยงโชค (พรรคเพื่อไทย) ที่เปลี่ยนวัฒนธรรมการสร้างทักษะให้กลายเป็นเศรษฐกิจพึ่งพาโชคชะตา

4. กาง6 ยุทธศาสตร์ทางรอดที่ "ต้องมี"
แทนที่จะเน้นการ "แจก" TDRI เสนอให้รัฐบาลใหม่มุ่งเน้น:

  1. ปราบโกงเข้มข้น: ลดการรั่วไหลงบประมาณ 20-30%
  2. เพิ่มผลิตภาพ: ใช้ "กฎหมายกิโยติน" ตัดวงจรใบอนุญาตซ้ำซ้อน
  3. เศรษฐกิจสีเขียว: เร่งกฎหมายอากาศสะอาดและพลังงานสะอาด
  4. ยกระดับเทคโนโลยี: เปลี่ยนจากผู้รับจ้างผลิตเป็นเจ้าของนวัตกรรม
  5. สวัสดิการยั่งยืน: บริหารกองทุนสุขภาพและบำนาญโดยมืออาชีพ แยกขาดจากการเมือง
  6. วินัยการคลัง: กำหนดเพดานหนี้ประชานิยมและหาแหล่งรายได้ใหม่ เช่น ภาษีลาภลอย

5. "เช็คเปล่า" ที่ประชาชนต้องจ่าย
ข้อเสนอถึง กกต. คือการบังคับให้พรรคการเมืองเปิดเผยแหล่งเงินและวิธีคำนวณอย่างละเอียดล่วงหน้า 30 วัน เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่านโยบายเหล่านั้นคือ "โอกาส" หรือ "ภาระ" เพราะสุดท้ายแล้ว นโยบายที่ไร้ความรับผิดชอบคือเช็คเปล่าที่ผู้เสียภาษีต้องตามจ่ายคืนเสมอ

บทสรุปจากกองบรรณาธิการ: การเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกระหว่าง "ยาบรรเทาปวดชั่วคราว" หรือ "การผ่าตัดโครงสร้างเพื่อความอยู่รอด" คำถามสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องถามพรรคการเมืองไม่ใช่แค่ "จะให้อะไร" แต่คือ "เอาเงินมาจากไหน และเราต้องสูญเสียอะไรในอนาคต?"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท