กกต.เปิดงบนโยบายหาเสียง ส่องเพื่อไทย–ภูมิใจไทย–ประชาชน ทุ่มหลายแสนล้าน
กกต.เปิดข้อมูลนโยบายใช้งบของพรรคการเมือง 51 พรรค เผย 3 พรรคใหญ่จัดแพ็กเกจนโยบายมูลค่าหลายแสนล้าน เพื่อไทยเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ ภูมิใจไทยลดค่าครองชีพ พรรคประชาชนชูรัฐสวัสดิการ
KEY
POINTS
- กกต. เปิดเผยงบประมาณนโยบายของ 3 พรรคการเมืองใหญ่ โดยพรรคเพื่อไทยเสนอวงเงินรวมประมาณ 2.4 แสนล้านบาท พรรคภูมิใจไทย 1.48 แสนล้านบาท และพรรคประชาชนที่เน้นรัฐสวัสดิการใช้งบหลายแสนล้านบาท
- พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านนโยบายหลักอย่าง "คนไทยไร้จน" และการประกันราคาสินค้าเกษตร
- พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพโดยใช้งบประมาณปกติ ขณะที่พรรคประชาชนชูนโยบายรัฐสวัสดิการขนาดใหญ่ควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างรัฐ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าการรับแจ้งนโยบายพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงินในการประกาศโฆษณา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 57 และประกาศ กกต. ปี 2568 ซึ่งกำหนดให้พรรคการเมืองต้องรายงานนโยบายดังกล่าวก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ขณะนี้มีพรรคการเมืองจัดส่งรายละเอียดนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินแล้วจำนวน 51 พรรค อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายและคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดย กกต.ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเบื้องต้นให้สาธารณชนรับทราบล่วงหน้า และจะเผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายหลังการพิจารณาแล้วเสร็จ
ประชาชนสามารถศึกษารายละเอียดนโยบายของแต่ละพรรคได้ผ่าน QR Code ที่กำหนด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ สายด่วน 1444 รวมถึงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “SMART VOTE” เพื่อเข้าถึงข้อมูลการเลือกตั้งแบบครบวงจร
ขณะเดียวกัน มีการเปิดเผยเอกสารนโยบายของ 3 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ที่ยื่นต่อ กกต. ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ได้สะท้อนทิศทางยุทธศาสตร์การใช้งบประมาณที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มรูปแบบก่อนศึกใหญ่ปี 2569
เพื่อไทยชูนโยบายแก้จน–กระตุ้นเศรษฐกิจ งบกว่า 2.4 แสนล้านบาท
พรรคเพื่อไทย (เบอร์ 9) นำส่งนโยบายรวม 57 เรื่อง พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 สรุปวงเงินสำหรับนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณรวมประมาณ 243,300 ล้านบาท โดยนโยบายใช้งบสูงสุดคือ “คนไทยไร้จน” วงเงิน 60,000 ล้านบาทต่อปี รองลงมาคือการประกันกำไรสินค้าเกษตร 31,000 ล้านบาทต่อปี และมาตรการ “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” วงเงิน 30,000 ล้านบาท
ขณะที่บางนโยบายระบุว่าไม่ใช้งบประมาณโดยตรง เช่น การลดค่าไฟไม่เกินหน่วยละ 3.70 บาท การยกเว้นภาษีทะเบียนรถสำหรับกลุ่มไรเดอร์ และการบริหารจัดการหนี้ผ่านกองทุน FIDF โดยพรรคระบุแหล่งเงินมาจากงบประมาณปกติ มาตรการกึ่งการคลัง และการปรับปรุงระบบภาษี
ภูมิใจไทยเน้นลดค่าครองชีพ ย้ำใช้งบปกติ ไม่กู้เงิน
พรรคภูมิใจไทย (เบอร์37) ยื่นเอกสารเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ระบุวงเงินนโยบายรวม 148,326 ล้านบาท โดยกว่า 97% มาจากงบประมาณแผ่นดิน และยืนยันไม่มีการกู้เงินตามกฎหมายหนี้สาธารณะ
นโยบายหลักประกอบด้วยโครงการค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท สำหรับ 200 หน่วยแรก ใช้งบประมาณ 63,360 ล้านบาทต่อปี และโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” วงเงิน 44,000 ล้านบาท
รวมถึงนโยบายด้านความมั่นคง เช่น โครงการทหารอาสา 100,000 คน ใช้งบประมาณ 22,700 ล้านบาทต่อปี เพื่อทดแทนการเกณฑ์ทหาร และแผนสร้างกำแพงชายแดนไทย–กัมพูชาในระยะแรก 100 กิโลเมตร โดยแหล่งเงินมาจากงบรายจ่ายประจำปี รายได้จากพลังงานสะอาด และการร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP)
พรรคประชาชนจัดหนักรัฐสวัสดิการ ชูปฏิรูปโครงสร้างรัฐ
ด้านพรรคประชาชน (เบอร์ 46) เสนอนโยบายที่มุ่งเน้นรัฐสวัสดิการและการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยระบุวงเงินขนาดใหญ่ อาทิ การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุประมาณ 190,000 ล้านบาทต่อปี โครงการเมกะโปรเจกต์ยกระดับคุณภาพชีวิต 130,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงงบด้านการศึกษาและระบบสุขภาพรวมกว่า 120,000 ล้านบาท
ในมิติการเมือง พรรคยังเสนอการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน วงเงิน 3,000 ล้านบาท พร้อมประเมินผลกระทบทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา โดยแหล่งเงินมาจากการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น การปฏิรูประบบราชการ และการใช้กลไกตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เพื่อสนับสนุนดอกเบี้ยและที่อยู่อาศัย
ภาพรวมยุทธศาสตร์ 3 พรรค
จากการเปรียบเทียบเอกสารนโยบาย พบว่า พรรคเพื่อไทยมุ่งใช้เครื่องมือทางการคลังและภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและแก้ปัญหาหนี้ พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพและการปรับโครงสร้างงบเดิม เช่น งบกองทัพ มาเป็นงบจ้างงาน ขณะที่พรรคประชาชนเน้นการสร้างรัฐสวัสดิการขนาดใหญ่ ควบคู่การปฏิรูประบบราชการเพื่อนำงบส่วนเกินกลับมาใช้
ทั้งนี้ เอกสารนโยบายของทุกพรรคยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ และ กกต. เพื่อประเมินความคุ้มค่าและความสอดคล้องกับวินัยการเงินการคลัง ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปอย่างเป็นทางการในปี 2569
แหล่งที่มา
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (คลิ๊ก)
นโยบายที่ต้องใช้จ่ายของพรรคการการเมือง
-ภูมิใจไทย (คลิ๊กอ่านรายละเอียด)
-เพื่อไทย (คลิ๊กอ่านรายละเอียด)
-ประชาชน (คลิ๊กอ่านรายละเอียด)


