นิติสงคราม? ย้อนปมจัดซื้อATK สู่มติปลด "หมอสุภัทร" พ้นราชการ
เจาะลึกมหากาพย์ "หมอสุภัทร" ปมจัดซื้อATK 1.9 แสนชิ้น สู่มติกระทรวงสาธารณสุข ปลดพ้นราชการ ต่อข้อครหา "นิติสงคราม" เช็กบิลการเมือง?
เจาะลึกมหากาพย์ "หมอสุภัทร" ปมจัดซื้อATK 1.9 แสนชิ้น สู่มติลงดาบวินัยร้ายแรง เมื่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ให้ ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกจากราชการ โดยมติดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ กรณีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK เมื่อปี 2564
ปฐมบท : ปฏิบัติการ "แพทย์ชนบทบุกกรุง"
ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2564 ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึงการตรวจคัดกรอง ชมรมแพทย์ชนบทภายใต้การนำของ นพ.สุภัทร ได้ระดมทีมบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศเข้ามาตั้งจุดตรวจเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนแออัด
ในปฏิบัติการดังกล่าว โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ซึ่ง นพ.สุภัทร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการในขณะนั้น ได้รับบทบาทเป็นแม่ข่ายในการจัดซื้อชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวนกว่า 1.9 แสนชิ้น เพื่อนำมาใช้ในภารกิจนี้ แต่ต่อมากลับกลายเป็น "ชนักติดหลัง" ที่นำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวน
ข้อกล่าวหา : การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง และการเลี่ยงระเบียบพัสดุ
คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงระบุว่า การดำเนินการจัดซื้อ ATK ของโรงพยาบาลจะนะมีความผิดปกติในหลายประเด็น
1.การซอยงบประมาณ : มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการแบ่งซื้อเป็นล็อตย่อยๆ เพื่อให้วงเงินไม่เกินอำนาจการตัดสินใจตามระเบียบปกติ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้วิธีประมูลแบบประกาศเชิญชวนทั่วไป
2.กระบวนการจัดซื้อ : พบความบกพร่องในการดำเนินการตามขั้นตอนพัสดุ รวมถึงการตรวจรับที่ถูกระบุว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
3.ความเสียหายต่อรัฐ : ข้อกล่าวหาระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย แม้ว่าในเชิงปฏิบัติจะนำชุดตรวจไปใช้กับประชาชนจริงก็ตาม
การโต้แย้ง : "ทำเพื่อช่วยชีวิต" ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ด้าน นพ.สุภัทร และทีมงานชมรมแพทย์ชนบท ได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาอย่างเข้มข้น โดยยืนยันว่า
- ความจำเป็นเร่งด่วน: การจัดซื้อเกิดขึ้นภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งต้องแข่งกับเวลาเพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน ลดอัตราการตาย
- ราคาต่ำกว่าตลาด: นพ.สุภัทร ยืนยันว่า ATK ที่จัดซื้อมามีราคาถูกกว่าที่หน่วยงานรัฐบางแห่งจัดซื้อในช่วงเวลาเดียวกัน และเป็นราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดในขณะนั้น
- การเลือกปฏิบัติ: มีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการพุ่งเป้าสอบสวนเฉพาะโรงพยาบาลจะนะ ทั้งที่มีโรงพยาบาลหลายแห่งร่วมปฏิบัติการในลักษณะเดียวกัน
รอยร้าวทางการเมืองและการเลือกตั้ง 2569
ไทม์ไลน์ของมติปลดออก ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดย นพ.สุภัทร ได้ตัดสินใจลาออกจากราชการล่วงหน้าเพื่อลงสมัคร สส. เขต 2 จ.สงขลา ในนาม พรรคประชาชน
"นิติสงคราม" (Lawfare)?
- ตัดสิทธิ์ทางการเมือง : เนื่องจากกฎหมายการเลือกตั้งระบุลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สส. ว่าต้องไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
- ดิสเครดิต : ลดความน่าเชื่อถือของ นพ.สุภัทร ที่มีภาพลักษณ์เป็นนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน
อย่างไรก็ตาม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีการกลั่นแกล้ง และ กระบวนการสอบสวนดำเนินการโดยข้าราชการประจำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่มีความเกี่ยวพันกับการเมืองแต่อย่างใด
การต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์และศาล
ปัจจุบัน นพ.สุภัทร ยังคงเดินหน้าหาเสียง โดยระบุว่ามติปลดออกยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด และเตรียมจะดำเนินการดังนี้:
- ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
- ฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวและเพิกถอนคำสั่ง
- เรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายละเอียดบันทึกการประชุม อ.ก.พ.สธ. เพื่อดูเหตุผลของเสียงข้างมาก 4 ท่านที่ลงมติปลดออก


