posttoday
อินไซด์ครม.ถกลับ ปมรบ-รับมือเขมร

อินไซด์ครม.ถกลับ ปมรบ-รับมือเขมร

09 กุมภาพันธ์ 2554

...ทีมข่าวการเมือง

การสู้รบระหว่างไทยกัมพูชาตามแนวชายแดน แม้เสียงปืนสงบลงแต่ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ ฝ่ายกัมพูชาหันไปเดินเกมฟ้องเวทีโลกว่าชาติเล็กถูกรังแก ขณะที่รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่ถูกพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีการหยิบยกสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนขึ้นมาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง ทั้งฝ่ายผู้นำกองทัพ กระทรวงการต่างประเทศ แจกแจงรายละเอียดที่มาที่ไปปมปัญหา และ ครม.ให้ข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง

ในส่วนของกองทัพนำทีมโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ขอให้เจ้าหน้าที่ขึ้นภาพแผนที่บริเวณชายแดนจุดเกิดเหตุปะทะทหารสองฝ่าย เสียงกระสุนนัดแรกดังขึ้นเมื่อไหร่ มีการอธิบายวัน เวลา ละเอียดยิบ

คำยืนยันจากฝ่ายทหารผ่าน ครม. จับประเด็นได้ว่า เหตุปะทะเกิดจากปมการสร้างถนน จากการที่ทหารไทยประมาณ 50 นาย เข้าไปขัดขวางแจ้งเตือนทหารกัมพูชาไม่ให้สร้างถนน เพื่อใช้เป็นทางลงจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งตามเอ็มโอยูปี 2543 ระบุว่า ไม่ให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม คำเตือนของไทยไม่เป็นผล แต่กลับทำให้ทหารกัมพูชาไม่พอใจ ยิงปืนนัดแรกและตามด้วยอาวุธหนักอีกมากมายต่อเนื่องเข้ามายังฝั่งไทยเล็งไปยังพื้นที่พลเรือนด้วย

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร รายงานว่า ตั้งแต่เกิดเหตุได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และมีการต่อสายพูดคุยกับ พล.อ.เตียบัณห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันดี ทำให้มีการหยุดยิง

จากนั้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ใช้เวลาอธิบายเหตุการณ์นานเช่นกัน โดยกล่าวทำนองฝ่ายกัมพูชาดำเนินการผิดข้อตกลง ขาดการสื่อสาร ต้องให้ความเข้าใจกรณีพิพาท อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องกระทบกระทั่งธรรมดา แต่กัมพูชาพยายามนำปมปัญหาดังกล่าวขยายผลไปสู่เวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

“กระทบกระทั่งแค่นี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ยูเอ็นจะเข้ามามีบทบาท ยูเอ็นมีหลักของการพิจารณา ขอบข่ายปัญหาเป็นมาอย่างไร ควรหรือไม่ควรตัดสินใจเข้ามา กรณีปะทะกันยังไม่ได้เป็นปัญหากระจายไปสู่ระดับภูมิภาค ทวีป ขณะที่มีเรื่องใหญ่กว่านี้ที่ยูเอ็นต้องตัดสินใจเข้ามา เช่น กรณีโซมาเลีย” แหล่งข่าวเปิดเผยอ้างถึงคำพูดนายกษิต

นายกษิต เล่าต่อไปว่า จากการหารือเบื้องต้นกับ มาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน สนับสนุนท่าทีไทยในการเจรจาทวิภาคีกับกัมพูชา อาเซียนไม่แทรกแซงกิจการภายใน ส่วนเวียดนามก็กำลังมีการประสานหารือกันอยู่

หลังนายกษิตรายงาน มีรัฐมนตรีสนับสนุนคำชี้แจง เช่น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม กล่าวสำทับว่า เป็นที่ทราบกันมาตลอด เมื่อเกิดเหตุกับกัมพูชา กัมพูชามักดำเนินการยื่นหนังสือทุกครั้งอยู่แล้ว เหมือนต้องการส่งเสียงให้ต่างชาติได้รับรู้

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขอให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวบรวมข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก ว่ากรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นปมปัญหาให้สองประเทศเกิดความตึงเครียด

ในที่ประชุมครั้งนี้ บรรดารัฐมนตรียังได้มีการสอบถามกองทัพ เปรียบเทียบอาวุธยุทโธปกรณ์ของฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยเป็นอย่างไร ซึ่งกองทัพได้ชี้แจงว่า แสนยานุภาพของไทยเหนือกว่า โดยเฉพาะอากาศยาน กัมพูชาไม่มีกองทัพอากาศ แต่ฝ่ายไทยมีกองทัพอากาศ หากมีปัญหารุนแรงฝ่ายไทยสามารถรับมือ ตอบโต้ได้อย่างไม่มีปัญหา

ขณะที่รัฐมนตรีบางรายสอบถามด้วยความสนใจว่า มีประเทศใดส่งยุทธปัจจัยให้เขมรบ้าง ส่วนนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ถามขึ้นมาว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นผลจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ปรากฏว่านายกฯ ตอบกลับไปว่า “ถามผมหรือถามทหาร”

ไม่เพียงเท่านั้น มีการสอบถามถึงกระแสข่าว พล.ท.ฮุนมาเนต รองผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา ซึ่งเป็นบุตรชายของ ฮุนเซน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะจริงหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีการยืนยัน ซึ่งนายกฯ สำทับไปว่า เขาคงมาร่วมรบ แต่อยู่ไกล ไม่ว่าทราบจะบาดเจ็บหรือไม่

หลังไม่มีผู้ใดซักถาม นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่ในการชี้แจงและห้ามเผยแพร่ข้อมูลออกไป เนื่องจากเหตุการณ์คลี่คลายแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ปะทะธรรมดา ไม่ใช่สงคราม จึงขอให้ทุกฝ่ายไปทำความเข้าใจตามนี้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง