
เลือกตั้ง69 : รู้สิทธิ–รู้ข้อห้าม รณรงค์ประชามติได้แค่ไหน ไม่ผิดกฎหมาย
สรุปกติกาการรณรงค์ประชามติตามกฎหมายล่าสุด ใครทำได้ ทำอย่างไร ข้อห้าม–บทลงโทษมีอะไรบ้าง ตั้งแต่สิทธิในการรณรงค์ ช่วงเวลาห้ามหาเสียง ไปจนถึงโทษอาญาและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- ประชาชนและกลุ่มต่างๆ มีสิทธิรณรงค์ประชามติได้อย่างเสรีและเท่าเทียมภายใต้กรอบกฎหมายของ กกต. โดยกำหนดวันออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
- กฎหมายห้ามการกระทำที่บิดเบือนการตัดสินใจของผู้มีสิทธิออกเสียง เช่น การให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจ การหลอกลวง ข่มขู่ หรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- มีข้อห้ามสำคัญในช่วงเวลาก่อนการออกเสียง ได้แก่ ห้ามขายสุราและห้ามรณรงค์ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันออกเสียง และห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ในช่วง 7 วันก่อนหน้า
การรณรงค์และสิทธิเสรีภาพในการออกเสียงประชามติ
อะไรทำได้ – อะไรทำไม่ได้ ตามกฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใต้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จะต้องจัดทำประชามติ พ.ศ. 2568 ได้กำหนดกรอบสิทธิ เสรีภาพ และข้อห้ามในการรณรงค์ไว้อย่างชัดเจน เพื่อคุ้มครองความสุจริตและความเป็นธรรมของกระบวนการประชาธิปไตย
สิทธิและเสรีภาพในการรณรงค์
ประชาชน พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม
มีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการจัดกิจกรรมรณรงค์ออกเสียงประชามติได้โดยเสรี เสมอภาค และเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ การรณรงค์ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ตาม มาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564
สำหรับผู้สมัคร สส. และพรรคการเมือง กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานค่าใช้จ่ายในการรณรงค์การออกเสียงประชามติ แต่อย่างใด
วันออกเสียงประชามติ
กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ข้อห้ามและบทลงโทษตามกฎหมายประชามติ
เพื่อป้องกันการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชน กฎหมายได้กำหนดข้อห้ามและบทลงโทษสำคัญไว้ดังนี้
1) การกระทำที่เป็นความผิด (มาตรา 77)
- ห้ามกระทำการใด ๆ ที่เป็นการจูงใจหรือบิดเบือนการตัดสินใจของผู้มีสิทธิ ได้แก่
- ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่น เพื่อจูงใจให้ไปหรือไม่ไปใช้สิทธิ หรือให้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
- หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคามผู้มีสิทธิออกเสียง
- เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติ
- เล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อเกี่ยวกับผลการออกเสียง
บทลงโทษ ตั้งแต่จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
และในบางกรณีอาจถึงจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ศาลอาจสั่ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 5 ปี เพิ่มเติมได้
2) สุรา โพล และการขนส่งผู้มีสิทธิ (มาตรา 78–79)
- สุรา: ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตออกเสียง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันออกเสียง จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันออกเสียง
- โพล: ห้ามเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ในช่วง 7 วันก่อนวันออกเสียง จนถึงสิ้นสุดเวลาออกเสียง
- การรับ–ส่งผู้มีสิทธิ: ห้ามจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิไปออกเสียงโดยไม่เสียค่าโดยสารตามปกติ เว้นแต่เป็นการอำนวยความสะดวกโดยหน่วยงานของรัฐตามหลักเกณฑ์ กกต.
3) ช่วงเวลาห้ามรณรงค์ (มาตรา 80)
ห้ามรณรงค์ให้ประชาชนออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรณรงค์ไม่ให้มาใช้สิทธิ
ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันออกเสียง จนถึงสิ้นสุดเวลาออกเสียง
4) การกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ (มาตรา 81)
หากกรรมการประจำหน่วยหรือเจ้าหน้าที่จงใจนับคะแนนผิด ทำบัตรเสียหาย หรือจัดทำรายงานเท็จ
มีโทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท และ
เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
ผลกระทบของการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นบทลงโทษร้ายแรง ส่งผลโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองและสิทธิพลเมือง
- ความผิดทั่วไปตามมาตรา 77 ศาลอาจเพิกถอนสิทธิไม่เกิน 5 ปี
- ความผิดของเจ้าหน้าที่หรือผู้จัดการออกเสียง อาจถูกเพิกถอนสิทธิถึง 10 ปี
- หากการกระทำผิดทำให้ต้องมีการออกเสียงใหม่ ผู้กระทำผิดอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดออกเสียงใหม่ด้วย
เทคโนโลยีและช่องทางข้อมูลจาก กกต.
เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน กกต. ได้จัดเตรียมช่องทางข้อมูล ได้แก่
- แอปพลิเคชัน SMART VOTE : แอปเดียวครบ จบทุกเรื่องเลือกตั้ง
- เว็บไซต์ www.ect.go.th
- สายด่วน 1444
- สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
การออกเสียงประชามติเปรียบเสมือนกระบวนการที่มีกติกาชัดเจน กฎหมายทำหน้าที่เป็นกรอบกำกับเพื่อให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิอย่างเสรี ควบคู่กับการรักษาความสุจริตและความเป็นธรรมของระบอบประชาธิปไตย โดยมีเทคโนโลยีของรัฐเป็นเครื่องมือช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้องและเท่าเทียมกัน
แหล่งที่มา : ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (คลิ๊กอ่าน)
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง







