‘จุลพันธ์’ ควง ‘ขวัญจิรา’ หาเสียง ชู ยกระดับสวัสดิการเจ้าหน้าที่กู้ภัย
‘จุลพันธ์’ ควง ‘ขวัญจิรา-เบอร์ 1’ เดินหาเสียงตลาดเมืองมีน ชู ‘พ.ร.บ.การกู้ภัยแห่งชาติ’ ยกระดับสวัสดิการเจ้าหน้าที่กู้ภัย อยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, น.ส.ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 เบอร์ 1 พร้อมด้วยคณะพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ณ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ โดยจุดแรกเดินทางถึงมูลนิธิร่มไทร พูดคุยประเด็นปัญหากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย โดยนายจุลพันธ์ ได้กล่าวกับพี่น้องกลุ่มอาสากู้ภัยว่า กลุ่มกู้ภัยเป็นกลุ่มอาสามัครที่เราจะพบเห็นบ่อยครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดอุทกภัยใหญ่ กลุ่มอาสากู้ภัยจะเป็นกลุ่มที่ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยจิตอาสา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่ถูกละเลยทางด้านสวัสดิการและยังไม่มีกฎหมายรองรับการทำงานให้กับพี่น้องกลุ่มนี้
นายจุลพันธ์ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้นำเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.การกู้ภัยแห่งชาติ เพื่อให้กู้ภัยอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีกลไกในเรื่องสวัสดิการ การจัดทำมาตรฐาน กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก มาตรฐานการปฏิบัติการ มาตรฐานทางจรรยาบรรณ จะได้ทำงานเพื่อให้ประชาชน อุทิศตนเพื่อประชาชนได้อย่างสมความภาคภูมิใจ
ต่อมานายจุลพันธ์พร้อมคณะ เดินทางถึงตลาดจตุจักร 2 (เมืองมีน) เดินตลาดทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด พร้อมปราศัยหาเสียงนโยบายของพรรคเพื่อไทย และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน
นายจุลพันธ์ กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ถึงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้เสนอกฎหมายเกี่ยวกับขนส่งทางรางทั้ง 3 ฉบับ เพื่อรองรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกวันนี้คนกรุงเทพต้องเสียค่าเดินทางประมาณ 30-40% ของค่าจ้างขั้นต่ำ รวมถึงต่อจากนี้ยังจะมีรถเมล์แอร์ไฟฟ้าในราคา 10 บาทต่อสาย เพื่อให้การเดินทางครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเมื่อค่าโดยสารรถสาธารณะถูกลง จะทำให้ประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดมากขึ้น มีคนมาเดินตลาดมากขึ้น เพราะมีเงินเหลือในกระเป๋าจากค่าเดินทางดังกล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงนโยบายบ้านเพื่อนคนไทย ซึ่งจะสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยไม่ต้องย้ายออกไปอยู่ชานเมือง แต่อยู่ใจกลางเมือง อยู่ติดกับขนส่งสาธารณะ และเมื่อเสียค่าเดินทางโดยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์แอร์ 10 บาทตลอดสาย ค่าใช้จ่ายคนกรุงเทพจะลดลงมาก สามารถนำเงินไปทำอย่างอื่นได้
ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตอนนี้ประชาชนมีตัวเลขหนี้ครัวเรือนอยู่เกือบ 90% ของจีดีพี พรรคจึงมีนโยบายล้างหนี้ประชาชน
1. ล้างหนี้ประชาชน : หนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ยอดต่ำกว่า 200,000 บาท ทั้งสถาบันการเงินเอกชนและรัฐ จ่าย 10% ปิดจบ ล้างหนี้
2. ล้างหนี้วัยเกษียณ : หนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ของผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยอดต่ำกว่า 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ ไม่ต้องจ่าย ปิดจบ ล้างหนี้
3. พักหนี้เกษตรกร : พักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก ดอกเบี้ยหยุดนิ่ง เพราะรัฐจ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่พักหนี้แทนเกษตรกร ช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท
4. ล้างหนี้นอกระบบ : สถาบันการเงินรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ 2 ล้านบัญชี
5. ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด : ไม่เกิน 5,000 บาท ยอดหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ เป็นเงินรางวัลแก่ผู้ผ่อนดี สนับสนุนวินัยทางการเงิน
นอกจากนี้ยังมีการเสริมสร้างความรู้ศักยภาพทางด้าน AI โดยเราจะพัฒนาให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งเป็นวิธีการเพิ่มความรู้ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับประชาชน
ส่วนนโยบายความปลอดภัยมีความสำคัญ ทั้งยาเสพติด การปราบปรามสแกมเมอร์ ยืนยันไม่จบไม่เลิก รวมถึงนโยบาย AI for All ที่จะนำภาพจากกล้อง CCTV มาวิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของสังคม
อีกทั้งยังมีนโยบายสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยการเพิ่มสกายวอล์คไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเพิ่มพื้นที่ค้าขายมากขึ้น เชื่อมต่อชุมชน ตลาดกับสถานีรถไฟฟ้า เพิ่มจำนวนคนเดิน ให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถมีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยทางพรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งทั้งระบบ
“พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่สามารถทำได้ เพราะเป็นพรรคที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ และประสบความสำเร็จตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เราทำสำเร็จมาหลายครั้ง เราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ลงมือจริง และทำจริงจังให้สำเร็จ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย กล่าว
ด้าน น.ส.ขวัญจิรา กล่าวกับพี่น้องประชาชนแสดงความห่วงใยเรื่องพี่น้องมีค่าใช้จ่ายมีเพิ่มสูงขึ้น มีรายได้ลดลง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายประชาชนทั้งรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาทตลอดสาย การแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ นอกจากนี้ยังมีนโยบายหวยเกษียณที่เป็นนวัตกรรมการออมเงินก้อน เพื่อไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณได้ด้วย


