เลือกตั้ง69 : ศึกชิงสส.ใต้ 59 ที่นั่ง กำแพงสีฟ้าร้าว น้ำเงินรุกหนัก
สมรภูมิเลือกตั้งภาคใต้ 59 ที่นั่งเดือดที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อบ้านใหญ่แตก แม่ทัพสีฟ้าอ่อนแรง ขั้วน้ำเงิน–กล้าธรรมรุกหนัก เปลี่ยนสมการอำนาจทั้งภูมิภาค
KEY
POINTS
- ฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์ (สีฟ้า) ในภาคใต้สั่นคลอนจากการขาดผู้นำที่เข้มแข็ง ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) รุกคืบอย่างหนักด้วยการดึงอดีต สส. และเครือข่ายบ้านใหญ่ในพื้นที่
- ตระกูลการเมืองใหญ่ในหลายจังหวัดภาคใต้ใช้กลยุทธ์ "บ้านใหญ่แตก" โดยส่งสมาชิกไปสังกัดหลายพรรคการเมืองเพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาอำนาจทางการเมือง
- การแข่งขันเปลี่ยนจากการต่อสู้เชิงอุดมการณ์เป็นการปะทะกันระหว่าง "ขั้วอำนาจเก่า" ที่พยายามกู้ศรัทธา กับ "ขั้วอำนาจใหม่" ที่พร้อมทุ่มทรัพยากรและเครือข่ายอิทธิพลอย่างเต็มที่
แผ่นดินไหวการเมือง: เมื่อแม่ทัพย้ายค่าย บ้านใหญ่แตก
ยุคผูกขาดของประชาธิปัตย์ในภาคใต้ได้สิ้นสุดลงแล้ว สองสมัยหลังสุด ที่นั่งถูกแบ่งให้ภูมิใจไทย ประชาชาติ และพลังประชารัฐ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน
ศึก ปชป. vs กล้าทำ เด่นชัดจากการประกาศจุดยืนของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า “ประชาธิปัตย์ไม่สามารถร่วมรัฐบาลเดียวกับพรรคกล้าทำได้” คำประกาศนี้ไม่ใช่แค่ท่าที แต่เป็นกลยุทธ์บีบให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง “เลือกข้าง” ทว่าฝั่งตรงข้ามก็โต้กลับอย่างดุเดือด สะท้อนสงครามภาพลักษณ์ที่ไม่มีใครยอมถอย
ปัจจัยหลักที่เปลี่ยนเกมใต้
- ขาดแม่ทัพภาคใต้: ประชาธิปัตย์ไร้แกนคุมเกมแบบอดีต (ยุค ชวน หลีกภัย, สุเทพ เทือกสุบรรณ, บัญญัติ บรรทัดฐาน)
- กระแส vs กระสุน: ทุกพรรคทุ่มทั้งความนิยมและทรัพยากร แข่งกันแบบเต็มสูบ
- ย้ายขั้วตระกูลการเมือง: การย้ายพรรคก่อ “ศึกสายเลือด” ในหลายจังหวัด ฐานเดิมสั่นคลอน
บ้านใหญ่แตก เกมกระจายความเสี่ยง
ปรากฏการณ์ “บ้านใหญ่แตก” กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการเลือกตั้งรอบนี้ ตระกูลการเมืองจำนวนมากเลือกไม่ผูกอนาคตกับพรรคเดียว แต่แบ่งสายลูกหลานลงหลายพรรค เพื่อรักษาอำนาจไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกหน้าใด
ในจังหวัดสงขลา "ตระกูลขาวทอง"แบ่งกำลังระหว่างประชาธิปัตย์และกล้าธรรม ขณะที่สุราษฎร์ธานีเกิดการแยกขั้วของ"ตระกูลกาญจนะ–ป้าโส" บางส่วนไปภูมิใจไทย บางส่วนเลือกพรรคอื่น พัทลุงก็ไม่ต่างกัน เมื่อเครือข่าย"ธรรมเพชร"แตกสายไปทั้งกล้าธรรมและเพื่อไทย เพื่อรับมือคู่แข่งเดิมจากภูมิใจไทย
นครศรีธรรมราชยิ่งสะท้อนภาพชัด เมื่ออดีต สส. เดิมย้ายเข้าภูมิใจไทยเกือบยกแผง เหลือพื้นที่ของประชาธิปัตย์เพียงเครือข่ายตระกูลเดชเดโช การแตกกระจายเช่นนี้ทำให้การเมืองภาคใต้ไม่เหลือ “เจ้าของพื้นที่” แบบเบ็ดเสร็จอีกต่อไป
เจาะลึกสมรภูมิรายจังหวัด
สงขลา: ศึกสามเส้า-รอยร้าว “ขาวทอง”
สงขลาเดือดจากการชนกันของ ประชาธิปัตย์–ภูมิใจไทย–กล้าทำ จุดโฟกัสคือความแตกแยกในตระกูล “ขาวทอง” เมื่อ เดชอิฐ ขาวทอง ส่งลูกชายสองคนลงในนามกล้าทำ ขณะที่ สิงโตศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ยังคงสังกัดประชาธิปัตย์ สะท้อนการเลือกเส้นทางของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันภูมิใจไทยประกาศเป้าคว้า 5 ที่นั่ง ภายใต้การจัดทัพของ นิธ บุญญมณี
สุราษฎร์ธานี: บ้านใหญ่กาญจนะ “แตกจริง”
ทีม “ป้าโส” และตระกูลกาญจนะเผชิญความซับซ้อนจากการย้ายพรรค เมื่อภูมิใจไทยไม่รับทั้งทีม ทำให้ ดร.จ๋า ต้องไปสังกัดพรรคอื่น รอยร้าวนี้เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งแทรกชิงคะแนน
พัทลุง: เดือดเลือดพล่านที่สุด
เขต 1: สุพัชรี ธรรมเพชร (กล้าธรรม) ปะทะ น.อ.ดร.อธิคุณ คงมี (ภูมิใจไทย) มือขวา พิพัฒน์ รัชกิจปการ
เขต 2: นิติศักดิ์ ธรรมเพชร (เพื่อไทย) รีแมตช์ วรท เทอดวีระพงศ์ (ภูมิใจไทย) หลังเคยแพ้เฉียดเพียงราวพันคะแนน
สนามอื่นที่ต้องจับตา
นครศรีธรรมราช: สุญญากาศแม่ทัพ สส. เดิมย้ายสีน้ำเงินเกือบยกชุด ปชป. ฝากความหวังเครือข่าย ชัยชนะ เดชเดโช
ชุมพร: “แพแตก” จากการย้ายค่ายนาทีสุดท้าย เกิดศึกทีมเก่า
ภูเก็ต: “ส้มจะหาย?” เมื่อพรรคใหม่ถูกบิ๊กเนมจากฟ้าและน้ำเงินท้าชน
กระบี่: ตัวอย่างชัดของ “กระแส+กระสุน” คนรุ่นใหม่ทุนหนา เขย่าฐานเดิม
บทสรุป: อวสานการเมืองขั้วเดียวของแดนใต้
ภูมิทัศน์การเมืองภาคใต้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สิ้นสุดยุคผูกขาด: ประชาธิปัตย์ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่เพียงผู้เดียว เปิดสู่การแข่งขันหลายขั้ว
พลังบ้านใหญ่และตัวบุคคล: การย้ายพรรคของตระกูลและนักการเมืองรายคนยังชี้ขาดผลเลือกตั้ง
ผลลัพธ์ของสมรภูมิด้ามขวานครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่แพ้–ชนะของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือการ เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่จะกำหนดทิศทางการเมืองภาคใต้ไปอีกอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
ที่มา: เนชั่นอินไซต์ (คลิ๊กชม)


