
สามขั้วการเมืองฝ่าวิกฤตชาติเดินเกมชิงกระแสรับการเลือกตั้ง69
ท่ามกลางวิกฤตชาติ น้ำท่วม ทุนสีเทา ปะทะชายแดน พรรคการเมืองหลัก3ขั้วหลัก น้ำเงิน ส้ม แดง พลิกกลยุทธ์ เพื่อรักษาฐานเสียงและสร้างความได้เปรียบชิงกระแสก่อนเลือกตั้ง69
KEY
POINTS
- น้ำเงิน ใช้เกมความมั่นคงลดแรงเสียดทานวิกฤตน้ำท่วม พร้อมดึงฐานอนุรักษ์นิยมกลับมา
- ส้ม รุกโครงสร้างการเมือง–เศรษฐกิจ ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญและปราบทุนสีเทา
- แดง เปิดศึกซักฟอกกดดันรัฐบาล พร้อมสร้างแคนดิเดตใหม่เพื่อยึดโมเมนตัมเลือกตั้ง
น้ำเงินพลิกเกม – จากศึกน้ำท่วมสู่สนามความมั่นคง
ยามที่กระแสวิจารณ์การบริหารน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ยังคงกดทับรัฐบาล ขั้วสีน้ำเงินจำเป็นต้องรีบเปลี่ยนน้ำหนักข่าวเพื่อป้องกันความเสียหายเชิงภาพลักษณ์ พรรคจึงขยับใช้ “ทฤษฎีเบี่ยงสายน้ำ” โดยพุ่งความสนใจสาธารณะไปยังเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทวีความรุนแรงตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม การเคลื่อนน้ำหนักสื่อเช่นนี้ทำให้ประเด็นน้ำท่วมลดความเด่นลงในพื้นที่สาธารณะอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยควบคุมความเสี่ยงไม่ให้กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญในสภา และป้องกันแรงสั่นสะเทือนภายในพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อสถานการณ์ชายแดนกลายเป็นประเด็นระดับประเทศ พรรคสีน้ำเงินขยายผลสู่การปลุกกระแสชาตินิยม มุ่งเน้นภาพนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ตัดสินใจด้านความมั่นคง และกองทัพไทยในฐานะ “รั้วของชาติ” ที่ได้รับการสนับสนุนเต็มกำลังจากรัฐบาล กลยุทธ์นี้สะท้อนความพยายามรักษาฐานเสียงกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่เคยสั่นไหว และยังสื่อสารไปถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังตั้งคำถามต่อบทบาทของกองทัพในสถานการณ์วิกฤต ว่ารัฐบาลยังคงยืนอยู่เคียงข้างกำลังพลซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง
ขณะเดียวกัน พรรคเดินหน้าปรับโครงสร้างภายในเครื่องราชการอย่างเร่งรัด การวางขุมกำลังในระบบราชการถูกใช้เป็นฐานอำนาจระยะยาวเพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเมืองท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความมั่นคง การสร้างรากฐานเช่นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเสริมภาพรัฐบาล แต่มุ่งเตรียมตัวรองรับการแข่งขันการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งจะเข้มข้นและแข่งขันสูงกว่าทุกครั้งในรอบทศวรรษ
ส้มเดินเกมโครงสร้าง – รัฐธรรมนูญและทุนสีเทาเป็นหัวใจรุกคืบ
พรรคสีส้มหยิบประเด็นโครงสร้างทางการเมืองขึ้นเป็นแกนกลาง โดยย้ำว่า “กติกา” คือรากฐานที่กำหนดทั้งอำนาจรัฐสภา รัฐบาล และการคุ้มครองสิทธิประชาชน การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นเดิมพันสำคัญของพรรค หากสามารถผ่านวาระสำคัญได้ จะถูกใช้เป็นหลักฐานทางการเมืองแสดงพลังขับเคลื่อน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการช่วงชิงฐานเสียงกลางที่กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง พรรคยังเปิดช่องให้ทำประชามติ เพื่อขยายฐานความชอบธรรมและยึดโยงกับประชาชนโดยตรงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์รุกของสีส้มคือการเดินหน้าปราบปรามทุนสีเทาและธุรกิจสแกมเมอร์ ซึ่งถูกสังคมจับตาอย่างมากจากคดีข้ามชาติ การสื่อสารผ่านแนวคิด “มีเราไม่มีเทา” ช่วยให้พรรคยึดพื้นที่เชิงนโยบายด้านจริยธรรมทางเศรษฐกิจ และวางตัวเป็นขั้วการเมืองที่กล้าชนกลุ่มผลประโยชน์ พรรคขยายการตรวจสอบไปยังเครือข่ายทุนเทาที่เชื่อมโยงสแกมเมอร์ในภูมิภาค พร้อมชี้ให้เห็นความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงดิจิทัล เป็นการสร้างภาพพรรคที่พร้อมจัดระเบียบระบบเศรษฐกิจที่ถูกบิดเบือนมานาน
ความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายทั้งสองด้านผสานกันเป็นยุทธศาสตร์คู่ขนาน คือ “แก้กติกา” และ “แก้ระบบทุนสีเทา” เพื่อแย่งพื้นที่นำทางวาระสาธารณะ พรรคกำลังสร้างภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมเรื่องธรรมาภิบาลเข้ากับปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น การสูญเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การลงทุนผิดกฎหมาย หรือการถูกเอาเปรียบในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล พรรคส้มจึงกลายเป็นแกนหลักของฝ่ายปฏิรูปที่มีน้ำหนักต่อการกำหนดทิศทางการเลือกตั้งครั้งหน้า
แดงเปิดศึกตรวจสอบ – กดดันยุบสภาและสร้างกระแสผู้นำใหม่
ขั้วสีแดงมองเห็นโอกาสจากกระแสสังคมที่ตั้งคำถามต่อความสามารถในการบริหารของรัฐบาล โดยเร่งเพิ่มแรงกดดันให้นายกรัฐมนตรีเข้าสู่ “โหมดยุบสภา” เพื่อรีเซ็ตเกมการเมืองก่อนที่คะแนนนิยมของรัฐบาลจะฟื้นตัว พรรคนับว่าช่วงเวลานี้คือจังหวะสำคัญ เพราะความล่าช้าอาจทำให้ตนเองต้องเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ เมื่อพื้นที่อภิปรายเริ่มหดตัวหลังสถานการณ์ชายแดนลดความรุนแรงลง
ยุทธศาสตร์สำคัญคือการเปิดศึกซักฟอก ซึ่งพรรคสีแดงเตรียมขยายผลในหลายแนวรบ ทั้งการปฏิบัติงานรับมือวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ ความเชื่อมโยงของทุนสีเทา การปราบสแกมเมอร์ และบทบาทของรัฐบาลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา การซักฟอกชุดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง กระตุ้นฐานเสียงภายใน และตอกย้ำภาพรัฐบาลที่ขาดประสิทธิภาพด้านบริหารวิกฤต ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการรณรงค์เลือกตั้งในปีถัดไป
ท่ามกลางการตรวจสอบที่เข้มข้น พรรคสีแดงเดินเกมสร้างกระแสนายกรัฐมนตรีตัวเลือกใหม่ เพื่อเตรียมสูตรการเมืองแบบ “คู่ขนาน” ระหว่างการรุกในสภาและการเสนอความหวังใหม่ต่อสังคม การปล่อยชื่อแคนดิเดตชุดใหม่ ไม่เพียงสร้างน้ำหนักให้พรรคในสนามเลือกตั้ง แต่ยังเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลว่า “ยุบเมื่อใด พร้อมทันที” ทำให้พรรคสามารถรักษาจังหวะรุกในประเด็นการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง
สามขั้วการเมืองกำลังเร่งปรับยุทธศาสตร์ท่ามกลางวิกฤตซ้อนหลายชั้น ตั้งแต่น้ำท่วม ชายแดน ไปจนถึงทุนสีเทา แต่ละพรรคเลือกเส้นทางต่างกันเพื่อยึดพื้นที่ความชอบธรรมทางการเมือง ก่อนศึกเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง







