จับตาเปิดสภาฯ 10 ธ.ค. หากยุบสภาจะมีผลกับการแก้ รธน.?
ล่าสุด! ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการฯ เปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ 10 ธ.ค. 2568 และเปิดสภาสมัยสามัญ 12 ธ.ค.68 คอการเมืองจับตา 'รัฐบาลหนู' ไปต่อหรือไม่?
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้มีการเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ วันที่ 10 ธ.ค. 2568 และเปิดสภาสมัยสามัญวันที่ 12 ธ.ค.68 โดยสาเหตุที่เปิดสภาวิสามัญวันที่ 10 ธ.ค. เพื่อเป็นการพิจารณาร่างแก้ไขรธน.ที่ผ่านการพิจารณาของกมธ.วิสามัญฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในชั้นวาระสองจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอะไรหรือก่อนลงมติเห็นชอบ และส่งไปรอลงมติวาระสามต่อไป
นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา อีกหนึ่งฉบับ ปิดประชุมสมัยวิสามัญตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ขณะเดียวกัน การเปิดสภาสมัยสามัญวันที่ 12 ธ.ค. ถือเป็นวงรอบการเปิดเทอมสภาตามปกติ หากแต่มีวาระสำคัญที่ทุกคนจับตามองว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน เป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะหรือไม่
ฉะนั้น วันที่ 12 ธ.ค. จึงถือว่าเป็นวันที่คอการเมืองต้องจับตาดูเป็นพิเศษ!
เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้แล้วว่า 'อาจจะประกาศยุบสภา' ก่อนกำหนดเพราะไม่มีประโยชน์เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีการลงมติในวาระสามเนื่องจากต้องรอไว้ 15 วันก่อน ย่อมทำให้รัฐธรรมนูญในชั้น การพิจารณาของ กมธ.มีอันตกไป
ซึ่งต้องจับตาฝ่ายค้านว่าจะ 'ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่?' เพราะอาจจะกระทบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรง
ด้าน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธาน กมธ.วิสามัญแก้ รธน.กล่าวไว้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาว่า มีความห่วงใย คือ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ จะแล้วเสร็จถึงวาระสามหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่เหมือนกับกฎหมายอื่น เมื่อพิจารณาวาระสองเสร็จรัฐธรรมนูญจะต้องรอไว้ 15 วันก่อนลงมติวาระ 3
ตนจึงขอโอกาส อยากให้รัฐธรรมนูญที่เราลงทุนลงแรง รับหลักการอย่างเอกฉันท์ คณะกรรมาธิการประชุม 15 ถึง 16 ครั้ง ได้ผลิดอกออกผล กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ปลดล็อก และอยากผลักดันให้การแก้ไขรัฐครั้งนี้สำเร็จก่อนปีใหม่
ถ้าเป็นเช่นนั้นการยุบสภา หรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไข ที่อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ ก็อยากขอโอกาสทำให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสูงสุด
นอกจากนี้ยังมองว่า การปลดล็อกการแก้รัฐธรรมนูญเกิดยากมากในรอบ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ค่อนข้างมาก ดังนั้นปัจจุบันจึงเป็นโอกาสที่ดีที่ใกล้เคียงที่สุด ในการจะนำไปสู่การแก้ไขได้ ตนจึงไม่อยากให้มีอุปสรรคหรือปัญหาทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นมาเป็นข้อจำกัดหรือเป็นปัญหาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


