
กันทรลักษ์เขตภัยพิบัติ รัฐอนุมัติงบ 500 ล.ช่วยราษฎรไทย
...ทีมข่าวภูมิภาค
การเปิดฉากดวลอาวุธหนักระหว่างทหารไทยและกัมพูชา บริเวณชายแดนปราสาทพระวิหารและฐานทหารไทยด้านพระลานยาวภูมะเขือ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 4 ครั้ง ในรอบ 4 วันที่ผ่านมา สร้างความเสียหายของฝ่ายกัมพูชายังไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่สำหรับทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย ชาวบ้าน 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 15 นาย ทำให้กระทรวงมหาดไทยประกาศให้ อ.กันทรลักษ์ เป็น
“เขตภัยพิบัติ” ตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือ และอนุมัติงบก้อนแรก 100500 ล้านบาท ช่วยเหลือราษฎรไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบชายแดนถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมร่วมกับ ผวจ.ศรีสะเกษ และนายอำเภอใน จ.ศรีสะเกษ ได้ประกาศให้ อ.กันทรลักษ์เป็นเขตภัยบัติและตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดน โดยจะขออนุมัติงบเบื้องต้น 100 ล้านบาท แต่หากสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อก็สามารถเบิกงบเพิ่มได้อีกขณะเดียวกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หากมีการสู้รบต่อเนื่อง หากผลการเจรจาไม่สำเร็จ
“
ทหารจะดูแลสถานการณ์ชายแดน และความปลอดภัยของประชาชนได้ โดยให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ของมหาดไทย ช่วยเข้าไปดูแลหมู่บ้านที่ประชาชนอพยพออกมาด้วย” นายถาวร กล่าวสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนต้องอพยพจากบ้านมาอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือทั้ง 38 จุด ใน จ.ศรีสะเกษ จำนวน 1.53 หมื่นคนแล้ว แต่ที่มากที่สุดคือ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ที่มีมากกว่า 3,000 คน โดยทางจังหวัดอาจใช้เวลานานถึง 7 เดือน ในการซ่อมแซมสร้างบ้านที่พังทั้งหลัง ที่ได้เงินชดเชย 3 หมื่นบาท ส่วนพังบางส่วนได้ 2 หมื่นบาท
พ.อ.ชินกาจ รัตนกิตติ โฆษกสนามของกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ผลการปะทะตลอด 4 วันที่ผ่านมา ทำให้ทหารบาดเจ็บ 15 นาย ส่วนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คนอย่างไรก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่แน่นอน ชาวบ้านยังคงต้องอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะสงบลง ขณะเดียวกันได้กล่าวติงสื่อไทยว่าเสนอข่าวชี้ชัดเกินไปเสริมข้อมูลให้เขมรยิงถล่ม
เจรจาหยุดยิงเขมรผิดสัญญา
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้กำชับให้ พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมอบหมายให้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นคนประสานงานในพื้นที่ โดยเน้นการเจรจา
“
การเจรจาที่ผ่านมาระหว่างแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายนั้น ทางฝั่งกัมพูชายินยอมที่จะหยุดยิง ซึ่งหลังการเจรจามีความเข้าใจในระดับผู้บังคับบัญชา แต่ในหน่วยปฏิบัติอาจยังไม่ทั่วถึง จึงทำให้ยังมีการยิงปะทะกันอยู่” โฆษกกลาโหม กล่าวนอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร มีจุดยืนชัดเจนที่จะไม่ให้ไทยเสียดินแดน และพยายามไม่ให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ โดยให้ยึด MOU 2543 และสนธิสัญญาในการปฏิบัติการ
“
ทหารไทยไม่เคยรุกรานใคร แต่ใครไม่สามารถรุกรานไทยได้เช่นกัน ดังนั้นการตอบโต้ทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ” โฆษกกลาโหม อ้างคำพูด รมว.กลาโหมด้านแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ก่อนการเจรจาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ได้โทรศัพท์พูดคุยกับฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ พล.อ.เตียบัณห์ รมว.กลาโหม กัมพูชา เรื่องการหยุดยิงและห้ามเพิ่มเติมกำลัง
“
แต่เขมรกลับไม่รักษาคำพูด ยังคงยิงและเป็นฝ่ายโจมตีฝ่ายไทยก่อน ทำให้ รมว.กลาโหม อารมณ์เสียอย่างมาก” แหล่งข่าวเปิดเผยปิดโรงเรียนเพิ่มเป็น 48 แห่ง
วรรณะ บุญสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ศรีสะเกษ เขต 4 กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งปิดโรงเรียนใน อ.กันทรลักษ์ และ อ.ขุนหาญ ใน จ.ศรีสะเกษ ไปแล้ว 48 แห่ง จากเดิมที่สั่งปิดไปเพียง 20 แห่ง ระหว่างวันที่ 79 ก.พ.นี้เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา หลังจากนั้นจะดูรอดูสถานการณ์อีกครั้ง
คุมเข้มชายแดน
“บ้านกรวด”ณัฐ ชาติวัฒนศิรินายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน ที่บริเวณฐานปฏิบัติการช่องโอบก กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2161 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด ห่างจากช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร ประมาณ 5กิโลเมตร (กม.) หลังทหารไทยกับกัมพูชายังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ที่บริเวณชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ แต่จากการตรวจติดตามสถานการณ์ ไม่พบความเคลื่อนไหวของกองกำลังทหารกัมพูชาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้มีการส่งกำลังลาดตระเวน และส่องกล้องติดตามความเคลื่อนไหวของทางฝ่ายกัมพูชาอยู่ตลอดทุกชั่วโมง เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับการบัญชาทราบ
ขณะที่กรมทหารราบที่ 23 กองพันทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์ (ร.23 พัน 4) ได้มีการเคลื่อนกำลังพลจำนวน 1 กองร้อยเข้าเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัย ตามถนนสายยุทธศาสตร์ระหว่าง อ.บ้านกรวดอ.ละหานทราย อย่างเข้มงวดเพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้กัมพูชาเข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทย







