posttoday
สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาร้าว เศรษฐกิจเสียหายทั้งสองฝ่าย

สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาร้าว เศรษฐกิจเสียหายทั้งสองฝ่าย

08 กุมภาพันธ์ 2554

การปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ และศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 4-5 ก.พ. ไม่ได้ส่งผลกระทบทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ได้ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเฉพาะหน้าแล้ว จากการปิดด่านการค้าชายแดนไทยกัมพูชา

การปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ และศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 4-5 ก.พ. ไม่ได้ส่งผลกระทบทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ได้ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเฉพาะหน้าแล้ว จากการปิดด่านการค้าชายแดนไทยกัมพูชา

โดย...ทีมข่าวการเงิน

สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาร้าว เศรษฐกิจเสียหายทั้งสองฝ่าย

การปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ และศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 4-5 ก.พ. ไม่ได้ส่งผลกระทบทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ได้ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเฉพาะหน้าแล้ว จากการปิดด่านการค้าชายแดนไทยกัมพูชา

ความเสียหายจากการร้าวฉานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความสูญเสียเบ็ดเสร็จได้ เพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง ไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นหรือไม่

แต่มูลค่าการค้าขายระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อปีที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการค้าชายแดน 4 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกที่ด่านสระแก้วถึง 53.8%

หลังจากที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารทั้งสองชาติ ก็ทำให้ปริมาณการค้าลดลงประมาณวันละ 20-25% การปิดด่านการค้ามีเป็นบางช่วงเฉพาะส่วนที่มีการปะทะ ไม่ได้ปิดด่านทุกแห่ง

ขณะนี้ปิดไป 3 ด่าน ที่ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ช่องจอมโอร์เสม็ด จ.สุรินทร์ และช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ส่วนด่านชายแดนด้านโรงเกลือ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นด่านใหญ่เปิดอยู่แต่ซบเซา คนไทยและกัมพูชาไม่กล้าเดินทางข้ามไปมา เพราะกลัวไม่ปลอดภัย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนเดือดร้อนทั้งสองประเทศที่อาศัยอยู่ตามชายแดน โดยเฉพาะชาวกัมพูชาได้ข้ามมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งไทยค่อนข้างมาก

ความเสียหายทางเศรษฐกิจนั้น เกิดขึ้นกับทั้งสองประเทศ ไม่ใช่แค่ไทยที่ได้รับผลกระทบเพราะส่งออกมากกว่านำเข้า แต่คนไทยข้ามไปเล่นกาสิโนที่บ่อนปอยเปตหรือที่เกาะกง ก็ลดจำนวนลงอย่างมาก ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวของกัมพูชาลดลงเช่นกัน

แต่นั่นเป็นแค่มูลค่าการค้า ซึ่ง อลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เชื่อว่า การปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ขณะนี้จะส่งผลกระทบกับการส่งออกไม่เกิน 5% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยังไม่เป็นห่วงการค้าชายแดนไทยกัมพูชาที่ต้องสะดุดลง เพราะเกิดปัญหาขัดแย้งบริเวณแนวชายแดน เนื่องจากในแง่ของมูลค่าการค้าอยู่ในระดับหมื่นล้านบาท เทียบกับการส่งออกของไทยทั้งปีที่อยู่ในระดับ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1% เท่านั้น

แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อก็คงต้องดูเป็นจุดๆ ไป โดยถ้าเป็นการทะเลาะกันแบบพี่น้องก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้ากระทบความสัมพันธ์ทั้งประเทศก็น่าเป็นห่วง และคงจะดูแค่ผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ได้ ต้องดูภาพลักษณ์ของประเทศด้วย

ทุกคนพยายามพูดว่าผลกระทบไม่รุนแรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความรุนแรงของปัญหาอาจจะมากกว่านั้น เพราะมีบริษัทเอกชนไทยไปลงทุนในกิจการโรงแรม ทำไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย

อย่างไรก็ดี ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากไทยและกัมพูชาที่ ธปท.เก็บสถิติไว้นั้น ไทยลงทุนในทุนเรือนหุ้นในประเทศกัมพูชาจำนวน 1.05 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่กัมพูชามาลงทุนในไทยมากกว่า

แต่ดูจากมูลค่าโครงการและเจ้าของธุรกิจ ทั้งกลุ่ม เจริญ สิริวัฒนภักดี ที่เข้าไปทำธุรกิจน้ำตาล และอสังหาริมทรัพย์ หรือกลุ่มธุรกิจการเงิน น่าจะมีมูลค่าสูงกว่านี้

หากสถานการณ์บานปลายรุนแรงออกไป มีการเผาทำลายธุรกิจของคนไทยที่ลงทุนในกัมพูชา ความรุนแรงจะสูงยิ่งกว่าที่รัฐบาลบอกแน่นอน แต่หากเป็นเช่นนั้น ความเสียหายก็จะเกิดต่อเศรษฐกิจของกัมพูชาเช่นกัน เพราะหากโรงงานปิด คนที่เดือดร้อนก็คือคนกัมพูชาด้วยที่จะต้องตกงาน

กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ปัญหาการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจการค้าชายแดนโดยตรง ซึ่งไทยจะได้รับผลกระทบมากกว่ากัมพูชา เนื่องจากไทยขายสินค้าให้ประเทศกัมพูชามากกว่าที่จะซื้อ และคนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นคนรากหญ้าที่ค้าขายกันระหว่างชายแดน

“รัฐบาลต้องเร่งหาทางออกให้เหตุการณ์กลับมาปกติเร็วที่สุด เพื่อให้การค้าดำเนินการได้เหมือนเดิม ไม่กระทบคนไทยที่ทำการค้าขายชายแดนจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาไม่ให้น้ำหนักส่วนนี้มากนัก แต่ต่อไปนี้ต้องมีการประเมินติดตามอย่างใกล้ชิด” กรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณ์ กล่าวว่า ปัญหาการสู้รบยังไม่ส่งผลกระทบภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเพราะเป็นความขัดแย้งที่มีมานานแล้วและเป็นที่รู้กันดีมีนักการเมืองของทั้ง 2 ประเทศหยิบปัญหานี้ขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมืองทำให้การแก้ไขหาข้อยุติทำได้ยากขึ้นนอกจากนี้ในส่วนของประเทศไทย การแก้ไขปัญหานี้ไม่เป็นเอกภาพ มีความเห็นที่แตกต่างกันหลายฝ่าย เช่น การเจรจาจะต้องเจรจาที่กรอบความร่วมมือไหน ควรมีการเจรจาหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องทุกฝ่ายต้องตั้งสติ เพราะปัญหาได้รุนแรงถึงมีการเสียเลือดเนื้อ การสู้รบไม่ได้มีประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียนด้วยกันเสียบรรยากาศการค้า ทางด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่มีใครได้ เรื่องนี้มีแต่เสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ ได้สั่งให้ชะลอการจัดงาน ไทยแลนด์ เทรด เอ็กซิบิชัน 2011 ที่จะจัดขึ้นในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 17-20 ก.พ.นี้ ออกไปไม่มีกำหนด เพื่อรอดูสถานการณ์ด้านความมั่นคง อีกทั้งตอนนี้ผู้ประกอบการก็ไม่ประสงค์เดินทางเข้าร่วม โดยงานนี้ถือเป็นงานแสดงสินค้าใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อเจรจาธุรกิจและจำหน่ายสินค้าปลีกส่งครั้งแรกระหว่างไทยกัมพูชา มีผู้ประกอบการ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องนุ่งห่ม และอาหารเข้าร่วมกว่า 150 คูหา และจะมีเงินสะพัดกว่า 15 ล้านบาท รวมถึงการซื้อขายต่อเนื่องอีก 250 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท