
แปลกจริงหนอ
ศึกเขมร ทั้งศึกนอก ศึกใน ทำท่าไม่จบและยืดเยื้อ
ศึกเขมร ทั้งศึกนอก ศึกใน ทำท่าไม่จบและยืดเยื้อ
ศึกนอกชัดเจน ฮุนเซน เมืองเขมร เล่นบทถนัด นั่นคือความพยายามดึงเอานานาชาติเข้ามาจุ้น ด้วยความกร่างคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบในเวทีนานาชาติ
แต่ถ้าเป็นตัวต่อตัว สู้กับไทย ตูก็เปิดแน่บ
สัญชาติเขมรเป็นอย่างนี้ตั้งแต่อดีต
ขณะที่ศึกใน การเคลื่อนกำลังพลของเสื้อเหลือง เข้มข้น ดุเดือด
และมองให้ดี มีเรื่องไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเป็นไปได้ กลับเกิดขึ้นมาเสียนี่
นั่นคือ สถานการณ์เขมรเหมือนจะทำให้ ฮุนเซน และเสื้อเหลือง ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันโดยไม่รู้ตัว
เพราะตามหลักยุทธศาสตร์ ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร
เมื่อศัตรูของ ฮุนเซน กับเสื้อเหลือง คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่นกัน มันก็เลยกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะหากจะไปบอก รัฐบาลอภิสิทธิ์ สมยอมกับรัฐบาลเขมร ยิ่งมองเหตุแวดล้อม ยิ่งห่างไกลความจริง
ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ อี๋อ๋อยกดินแดนให้ ฮุนเซน รัฐบาลเขมรก็ย่อมจะปกป้อง อุ้มชู ด้วยเหตุที่ได้ประโยชน์จากรัฐบาลอภิสิทธิ์
แต่นี่ไม่ใช่ ฮุนเซน ยิงระเบิดเอาทุกวี่วัน ทั้งระเบิดจริง และยิงน้ำลายเข้าใส่
ที่ชัดเจนเป็นคำแถลงของ เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อมรดกโลกของเขมร แหกปากโวยวายเกี่ยวกับท่าที อภิสิทธิ์ ที่ต้องการจะเลื่อนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
เขมรพูดชัด ปราสาทพระวิหารเสร็จเขมรไปเรียบร้อย จากการที่รัฐบาลไทยในอดีตเปิดให้เขมรขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว
การที่อภิสิทธิ์จะมาขัดขวาง เขมรไม่ยินยอมเด็ดขาด
นั่นแสดงว่า อภิสิทธิ์ เหยียบหัวแม่เท้าเขมรเข้าแล้ว และที่ยิงระเบิดอยู่ทุกวัน คอยดูเถอะ สุดท้ายมันจะมาลงเอยที่ปมปราสาทพระวิหาร
แต่อย่างที่บอกว่า สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือการที่เขมรถล่มไทยเสื้อเหลืองดันได้ประโยชน์ เพราะกลายเป็นการขยายประเด็น ปลุกม็อบถล่มรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในข้อหาเสียดินแดน
ประวัติศาสตร์เมืองไทยแสดงชัด เราไม่เคยแพ้ใคร
ที่เราแพ้เพราะตีกัน จนแพ้กันทั้งชาตินั่นแหละ







