
3 แคนดิเดตนายกฯ ภท. ‘อนุทิน–เอกนิติ–ศุภจี’ หลังส่งสัญญาณยุบสภา
“อนุทิน” ส่งสัญญาณยุบสภา เปิดตัว “เอกนิติ–ศุภจี” เสริมทีมผู้นำ ลุยศึกเลือกตั้ง 2569 ชิงกระแสความนิยมพุ่ง พร้อมเร่งมาตรการลดค่าครองชีพ-ฟื้นเศรษฐกิจก่อนยุบสภา
KEY
POINTS
- พรรคภูมิใจไทยเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง หลังนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ส่งสัญญาณอาจมีการยุบสภาก่อนกำหนด
- มีการเปิดตัว 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์
- การเสนอชื่อเอกนิติและศุภจีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและนักบริหารมืออาชีพ มีเป้าหมายเพื่อเสริมภาพลักษณ์และคะแนนนิยมของพรรค
แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจ “ยุบสภา” ก่อนเส้นตาย 31 มกราคม 2569 พร้อมเดินเกมเร็วเปิดตัว “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เป็น 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชุดใหม่ของพรรคภูมิใจไทย นอกเหนือจากตัวเขาเอง เพื่อเพิ่มน้ำหนักและเสริมคะแนนนิยมเข้าสู่ศึกเลือกตั้งใหญ่ปี 2569
การขยับครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการพลิกกระดานก่อนเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากรัฐบาลถือสถานะ “เสียงข้างน้อย” ที่พร้อมแพ้โหวตได้ทุกเมื่อ “ผมประกาศล่วงหน้ามาตลอด หากทำงานไม่ได้ก็ต้องคืนอำนาจให้ประชาชน” อนุทินย้ำ พร้อมยิ้มพยักหน้ารับคำถามว่าร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภาเตรียมไว้แล้วหรือไม่
อนุทิน–ภูมิใจไทย เดินเกมเร็ว เตรียมเลือกตั้ง 2569
ชื่อของ “เอกนิติ” และ “ศุภจี” ถูกหยิบขึ้นมาเสริมทัพในฐานะ “ตัวสำรอง” ที่พร้อมถูกเสนอชื่อในสภา หากแคนดิเดตคนใดสะดุดทางการเมือง โดยทั้งคู่มีคุณสมบัติที่สอดรับภาพลักษณ์ใหม่ที่ภูมิใจไทยต้องการ–มืออาชีพ เชื่อถือได้ และมีผลงานชัดเจน
กระแสโพลทั้งทางลับและทางเปิดบ่งชี้ว่า คะแนนนิยมของ “อนุทิน” ขยับขึ้นแตะ 13–15% โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งปลุกพลังกลุ่มชาตินิยมให้กลับมาเป็นฐานเสียงสำคัญของภูมิใจไทย
อนุทิน ชาญวีรกูล: 20 ปีบนเส้นทางธุรกิจ–การเมือง
อดีตผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่วงการก่อสร้าง “ซิโน-ไทย” กระโดดเข้าสู่สนามการเมืองตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ชิมลางงานรัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และกลับมาแจ้งเกิดใหม่ในพรรคภูมิใจไทย ปี 2555
เส้นทางของเขาไต่ระดับจากหัวหน้าพรรค สู่รองนายกฯ–รมว.สาธารณสุข ในยุคร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ กระทั่งปี 2568 ผันตัวมาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียงข้างน้อย หลังถูกเด้งพ้นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทย และหันมาจับมือ “พรรคประชาชน” พร้อมให้คำมั่น “ยุบสภาภายใน 4 เดือน”
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ: มือเศรษฐกิจคนใหม่ในใจนายกฯ
ลูกชายอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตปลัดสำนักนายกฯ – เส้นทางชีวิตของ “เอกนิติ” เติบโตมากับระบบราชการความมั่นคงสูง ก่อนกลายเป็นดาวรุ่งฝ่ายเศรษฐกิจใน สศค. ขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต และต่อมาถูกโยกเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ช่วงรัฐบาลแพทองธาร
การตัดสินใจลาออกจากราชการทั้งที่ยังเหลือเส้นทางสู่ตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงการคลัง” ได้อีกหลายปี เป็นการวางเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อรับตำแหน่งรองนายกฯ–รมว.คลัง ในรัฐบาลอนุทิน แม้มีเวลาทำงานเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา
ผลงานเด่น ได้แก่ การปรับโครงสร้างคนละครึ่งพลัสให้จูงใจเข้าสู่ระบบภาษี เสนอแนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” แก้หนี้ครัวเรือนด้วย JV AMC และวางรากฐานอุตสาหกรรมใหม่ เช่น AI–EV–เกษตรชีวภาพ
ศุภจี สุธรรมพันธุ์: ตัวแทนภาพลักษณ์มืออาชีพของรัฐบาล
อดีตผู้บริหารหญิงไทยคนแรกในตำแหน่งระดับสูงของ IBM สหรัฐ ผู้ก้าวข้ามอุตสาหกรรมจากเทคโนโลยี สู่ดาวเทียม และต่อยอดสู่ท่องเที่ยว–บริการ ในฐานะซีอีโอกลุ่มดุสิตธานี ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงของยุคดิสรัปชัน
“ศุภจี” ถือเป็นรัฐมนตรีคนนอกที่ดึงภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดูทันสมัย มืออาชีพ และเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจโลก ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญโจทย์หนัก ทั้งราคาสินค้าเกษตร การเจรจาการค้ากับสหรัฐ และมาตรการกำกับแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า 19%
เร่งเครื่องก่อนยุบสภา: อัดงบ–อัดสวัสดิการ–ตรึงค่าใช้จ่าย
สัญญาณยุบสภาที่ใกล้เข้ามา ทำให้รัฐบาลเดินหน้าเร่งมาตรการด้านเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเติมเงินคนละครึ่งพลัส 20 ล้านสิทธิ ตรึงค่าไฟ 3.94 บาท ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า–รถเมล์ และเตรียมพิจารณาเฟส 2 ของมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ
ในฝั่งการเมืองเบื้องหลัง “อนุทิน” ยังเร่งจัดทัพข้าราชการ–ตำรวจ–ผู้ว่าฯ เพื่อเตรียมโครงสร้างการบริหารก่อนยุบสภา ซึ่งสะท้อนว่าการเลือกตั้งอาจมาถึงเร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาด
การเปิดตัว “อนุทิน–เอกนิติ–ศุภจี” เป็นสัญญาณที่ชัดกว่าครั้งไหนว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังปักหมุดเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มรูปแบบ พร้อมปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันโลก ชูทีมผู้นำมืออาชีพ และอาศัยแรงส่งจากกระแสชาตินิยม–เศรษฐกิจ เพื่อวัดพลังในศึกหยั่งเสียงประชาชนปี 2569







