
ขีดเพดานถือครองที่ดินเกษตรไม่เกิน50ไร่
ชงปฏิรูปที่ดินเกษตรกำหนดเพดานถือครองได้ไม่เกิน 50 ไร่เพื่อลดการกระจุกตัว พร้อมให้เปิดข้อมูลการถือครองต่อสาธารณะ-รีดภาษีที่ดินปล่อยรกร้าง
ชงปฏิรูปที่ดินเกษตรกำหนดเพดานถือครองได้ไม่เกิน 50 ไร่เพื่อลดการกระจุกตัว พร้อมให้เปิดข้อมูลการถือครองต่อสาธารณะ-รีดภาษีที่ดินปล่อยรกร้าง
นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร 5 ข้อ คือ 1.ให้มีการจำกัดเพดานการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรไว้ไม่เกิน 50 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อลดการกระจุกตัวของการถือครองที่ดิน 2.ให้มีการจัดระบบข้อมูลการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรทั้งประเทศเป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อใช้ในการบริหารจัดการที่ดิน 3.ให้จัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตรขึ้นเพื่อทำหน้าที่จัดซื้อที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือที่มีการถือครองล้นเกินมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน
4. ให้มีการจัดเก็บภาษีที่ดินเกษตรกรรมในอัตราก้าวหน้าที่ดินต่ำขนาดกว่า 10ไร่ให้เสียภาษี 0.03% ที่ดิน 10-50 ไร่ เสียภาษี 0.1% สำหรับที่ดินปล่อยทิ้งร้างหรือเกินจาก 50 % ให้เสียภาษีอัตราก้าวหน้าสูง 5% และ5. ให้มีการกำหนดเขตการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรขึ้นมาอย่างชัดเจนโดยกำหนดให้ผู้ถือครองที่ดินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ทำการเกษตรด้วยตัวเอง รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระงับการจับกุมและดำเนินคดีประชาชนผู้ยากไร้ที่ใช้ชีวิตและทำกินอยู่ในเขตป่าและที่ดินของรัฐ
ด้าน นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ กรรมการปฏิรูป กล่าวว่ากลุ่มที่ถือครองที่ดินสูงสุดมี 4 กลุ่มคือ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ภาครัฐ กลุ่มนักการเมืองและบริษัทข้ามชาติ สำหรับแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน คือ การจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าที่อัตราสูงเทียบเท่ากับค่าเช่าที่ดินและการเปิดเผยข้อมูลการถือครองที่ดินที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหานอมินีที่ถือครองที่ดินจำนวนมากแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่สมควรเรียกเก็บภาษีสูง
ทั้งนี้สาเหตุที่ใช้อัตราการกำหนดเพดาน 50 ไร่ต่อครัวเรือน เนื่องจากการศึกษาพบว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร การยังชีพและการปลูกพืชได้ทุกชนิด รวมถึงคุ้มค่าต่อการลงทุนและสอดคล้องกับจำนวนเกษตรกรที่มีอยู่ภายในประเทศกับปริมาณที่ดินที่มีอยู่
รองปลัดเกษตรฯหนุนแนวทางปฏิรูปที่ดิน
นายชวลิต ชูขจร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ที่เสนอให้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร โดยใช้ธนาคารที่ดินเป็นแกนกลาง ในการจัดสรรให้เกษตรกรที่ไร้ที่ดินทำกิน เข้ามาเช่า หรือเช่าซื้อกับรัฐเพื่อมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงที่ดินทำกิน เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรเข้าถึงที่ดินการเกษตรได้ยากมากขึ้น เพราะนอกจากราคาที่ดินแพงแล้วปัจจุบันที่รุนแรงยิ่งกว่า คือเจ้าของที่ดินไม่ให้เช่า หรือเรียกค่าเช่าแพง หรือถือไว้เก็งกำไร เพราะฉะนั้นหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปปัญหาจะรุนแรงมากขึ้น รัฐจึงควรมีมาตรฐานทางภาษีหรือมาตรการจากภาครัฐ กดดันให้มีการคายที่ดินจากการถือครอง และให้ธนาคารที่ดินเข้าไปรับซื้อ แล้วนำมาบริหารจัดการให้เกษตรกรทำการเกษตรทั้งในรูปการเช่า หรือเช่าซื้อ จะทำให้เกษตรกร มีโอกาสเข้าถึงที่ดินมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมลงได้อย่างมาก







