posttoday

ตามคาด มติเพื่อไทยเลือก‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’นั่งหัวหน้าคนใหม่

31 ตุลาคม 2568

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ด้วยคะแนนท่วมท้น 354 จาก 369 เสียง สะท้อนฉันทามติภายในพรรค ก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านการเมือง

KEY

POINTS

  • จุลพันธ์คว้าคะแนนโหวต 354 จาก 369 เสียง ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9
  • สัญลักษณ์เปลี่ยนผ่านจากยุค “อิ๊งค์” สู่ยุคสมดุล–ประนีประนอม
  • เผชิญ 3 โจทย์ใหญ่: ฟื้นเอกภาพ ฟื้นภาพลักษณ์ และศึกเลือกตั้ง 2569

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์: ผู้นำรุ่นเปลี่ยนผ่านของเพื่อไทย

การประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 มีมติเลือก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ด้วยคะแนนเสียง 354 จาก 369 เสียง ถือเป็นฉันทามติภายในพรรคอย่างชัดเจน หลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนก่อน

การเปลี่ยนผู้นำครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น จุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย จากยุค “อิทธิพลตระกูลชินวัตร” มาสู่ยุคของ “สมดุลและประนีประนอม” จุลพันธ์ซึ่งเป็นบุตรของอดีตหัวหน้าพรรคสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเมืองสายกลางที่ “ไม่ใช่คนของใคร” จึงเป็นคำตอบของพรรคในเวลาที่ต้องการเอกภาพ

จุดเปลี่ยนของพรรคเพื่อไทย: จาก “อิ๊งค์” สู่ “จุลพันธ์”

การขึ้นสู่ตำแหน่งของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย — จากยุค “อิทธิพลชินวัตร” มาสู่ยุคของ “สมดุลและประนีประนอม” จุลพันธ์ไม่เพียงเป็นบุตรชายของอดีตหัวหน้าพรรค สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แต่ยังเป็นนักการเมืองที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่า “ไม่ใช่คนของใคร” ทำให้เขากลายเป็นทางออกของพรรคในเวลาที่ต้องการผู้นำซึ่งรวมทุกขั้วเข้าด้วยกัน

การประชุมใหญ่วิสามัญวันที่ 31 ตุลาคม 2568 จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด และผลออกมาตามคาด ได้เป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนที่ 9 และต้องเผชิญ 3 โจทย์ใหญ่ที่กำหนดอนาคตของพรรคในยุคเปลี่ยนผ่าน

ตามคาด มติเพื่อไทยเลือก‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’นั่งหัวหน้าคนใหม่

โจทย์แรก: ประสานรอยร้าวอำนาจเก่า–ใหม่

สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับจุลพันธ์ คือการ “เชื่อมรอยร้าว” ภายในพรรคที่ยังมีเงาของความเห็นต่างระหว่าง กลุ่มแพทองธาร–เศรษฐา กับ “กลุ่มผู้ใหญ่สายเดิม” ที่ยังมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะแนวทางเศรษฐกิจ “ประชานิยมเชิงเทคโนโลยี” ซึ่งบางฝ่ายมองว่าเป็นนโยบายที่ยังไม่จับต้องได้ในพื้นที่ชนบท

จุลพันธ์ต้องหาสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาฐานเสียงดั้งเดิมไม่ให้ไหลไปยังพรรคคู่แข่งอย่าง ภูมิใจไทย หรือ พรรคประชาชน ซึ่งเริ่มขยายฐานในกลุ่มชาวบ้านและชนชั้นกลางใหม่

โจทย์สอง: ฟื้นภาพลักษณ์พรรคเพื่อไทย

อีกโจทย์ที่ไม่อาจมองข้ามคือการฟื้นภาพลักษณ์พรรคให้กลับมาเป็น “พรรคของประชาชน” มากกว่า “พรรคของครอบครัวชินวัตร” โดยบุคลิกของจุลพันธ์—สุขุม สุภาพ และไม่พาดพิงฝ่ายตรงข้าม—อาจเป็นใบเบิกทางสู่ความเชื่อมั่นใหม่
เขายังต้องผลักดันคนรุ่นใหม่ในพรรคให้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ เพื่อปรับโฉมพรรคให้เข้ากับยุคสังคมเปลี่ยน ผ่านนโยบายที่ชัดเจน เป็นมืออาชีพ และสื่อสารได้กับคนรุ่นใหม่โดยไม่ทิ้งฐานรากเดิม

โจทย์สาม: ศึกเลือกตั้ง 2569

ปี 2569 จะเป็นสนามใหญ่ที่เดิมพันสูงสุดในรอบสองทศวรรษ พรรคเพื่อไทยต้องพิสูจน์ว่าพวกเขายังเป็น “ขั้วหลัก” ของการเมืองไทยในยุคใหม่ได้หรือไม่ การวางยุทธศาสตร์หาเสียงที่ผสมระหว่าง “ความทรงจำของยุคทองทักษิณ” กับ “พลังของคนรุ่นใหม่” จึงเป็นกุญแจสำคัญ

หากจุลพันธ์สามารถขับเคลื่อนพรรคให้ “หลุดจากภาพชินวัตร” และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ว่าเป็น “พรรคของมวลชนทุกกลุ่ม” ได้สำเร็จ เขาอาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “รุ่นเปลี่ยนผ่าน” ที่แท้จริงในประวัติศาสตร์เพื่อไทย

ตามคาด มติเพื่อไทยเลือก‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’นั่งหัวหน้าคนใหม่

รายชื่อหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (ลำดับที่ 1–8)

 

  1. บัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ
  2. สุชาติ ธาดาธำรงเวช
  3. ยงยุทธ วิชัยดิษฐ
  4. จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
  5. วิโรจน์ เปาอินทร์
  6. สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
  7. ชลน่าน ศรีแก้ว
  8. แพทองธาร ชินวัตร

หมายเหตุ:ไม่นับตำแหน่ง รักษาการหัวหน้าพรรค 

“หากจุลพันธ์พาเพื่อไทยกลับมาสู่จุดที่ประชาชนเชื่อมั่นอีกครั้ง เขาอาจเป็นหัวหน้าพรรคที่วางรากฐานใหม่ให้กับพรรคที่มีอายุกว่าสองทศวรรษ และนำเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง”

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก