posttoday
พธม.ยังจุดไม่ติด

พธม.ยังจุดไม่ติด

07 กุมภาพันธ์ 2554

เปิดเกมรุก...อีกระลอกด้วยการ “ยกระดับ” การชุมนุมด้วยเป้าหมายใหม่ ขับไล่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาล ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อาศัย“ฉันทามติ” จากคนเสื้อเหลืองที่มาชุมนุม ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นใบเบิกทาง

เปิดเกมรุก...อีกระลอกด้วยการ “ยกระดับ” การชุมนุมด้วยเป้าหมายใหม่ ขับไล่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาล ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อาศัย“ฉันทามติ” จากคนเสื้อเหลืองที่มาชุมนุม ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นใบเบิกทาง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

พธม.ยังจุดไม่ติด

เปิดเกมรุก...อีกระลอกด้วยการ “ยกระดับ” การชุมนุมด้วยเป้าหมายใหม่ ขับไล่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาล ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อาศัย“ฉันทามติ” จากคนเสื้อเหลืองที่มาชุมนุม ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นใบเบิกทาง

แม้แกนนำระดับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะยัง “อุบไต๋” เป้าหมายปลายทางของการเคลื่อนขบวน “ปกป้องแผ่นดิน” ในวันศุกร์ที่ 11 ก.พ. แต่กระแสสังคม “ฟันธง” คงหนีไม่พ้น“รัฐสภา” ที่จะมีการลงมติวาระ 3 ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

งานหนักจากนี้คือระดมมวลชนคนเสื้อเหลืองเข้าร่วมภารกิจสำคัญ ท่ามกลางเสียงปรามาสว่ายากจะจุดกระแสติด เมื่อสัญญาณที่สะท้อนผ่านจำนวนผู้ชุมนุมในช่วงที่ผ่านมามีแต่ทรงๆ ทรุดๆ เมื่อแนวร่วมในอดีตยังไม่ประกาศตัวมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวในเที่ยวนี้

“หัวเชื้อ” ซึ่งกลุ่ม พธม.หยิบยกขึ้นมาเป็นเป้าหมายการเคลื่อนไหว กลับยังแป้กจุดไม่ติด ไม่มีพลังดึงดูดเพียงพอที่จะเรียกกระแสมวลชน หรือแนวร่วมให้มาผนึกกำลังเคลื่อนไหวกดดันขับไล่รัฐบาล ที่ พธม.มองว่าล้มเหลวในการบริหารงาน โดยเฉพาะประเด็นข้อพิพาทไทยกัมพูชา

ย้อนดูตั้งแต่ดีเดย์วันที่ 25 ม.ค. ที่กลุ่มพธม.ประกาศเริ่มปักหลักชุมนุมใหญ่ ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการเคลื่อนไหวเดิม ด้วยเป้าหมายชุมนุมเพื่อกดดันให้รัฐบาลยกเลิกบันทึกผลการประชุมคณะกรรมการเขตแดนไทย–กัมพูชา (เจบีซี) แต่มีเหตุให้ต้องเลื่อนจากเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว

ครั้งนี้แม้จะได้ “หัวเชื้อ” อย่างการจับกุม 7 คนไทยที่ทางการกัมพูชาอ้างว่าลุกล้ำอธิปไตยมาสร้างกระแส แต่ทว่ากลับไม่สามารถดึงแนวร่วมคนเสื้อเหลืองให้กลับมาชุมนุมได้อย่างที่ประเมิน ยังไม่รวมถึงเอกภาพภายในของกลุ่ม พธม. ที่แตกออกเป็นกลุ่มต่างๆ แยกการเคลื่อนไหวเป็นส่วนๆ

ยิ่งพิจารณา 3 ข้อเรียกร้อง ที่กลุ่ม พธม.ถูกรัฐบาลปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใย ยิ่งทำให้เห็นว่ายากจะจุดกระแสจากมวลชนได้ เมื่อประเด็นที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ค้านหัวชนฝาว่าไม่สามารถเดินตามแนวทางที่กลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้อง เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์ไทยต้องเสียเปรียบในการคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา

รวมทั้งประเมินกันต่อไปว่าข้อเรียกร้องจากกลุ่ม พธม. อาจจะทำให้สถานการณ์นำไปสู่ความรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น ข้อแรกการเรียกร้องให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและการจัดทำหลักเขตทางบก หรือเอ็มโอยู 43

หากยกเลิกจริง หลักเกณฑ์ที่กำหนดห้ามให้ทั้งสองฝั่งเข้าไปบุกรุก หรือดำเนินการใดๆ การมีกองกำลังในพื้นที่จนกว่าจะมีการปักปันเขตแดนชัดเจน ย่อมจะทำให้กระบวนการแก้ปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่ดังกล่าวหมดทางออกอย่างสันติวิธี ยิ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงระหว่างสองฝั่งมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

หรือข้อที่สอง ให้ผลักดันชาวกัมพูชาพ้นจากพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทยโดยเร็วที่สุด หากรัฐบาลยอมรับเงื่อนไขนี้ย่อมเท่ากับว่ารัฐบาลต้องใช้กองกำลังทหารเข้าไปกดดันให้กลุ่มชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวออกจากพื้นที่ ซึ่งมีแต่จะนำไปสู่ความรุนแรงระหว่าง 2 ประเทศมากขึ้น

อีกประเด็นที่กลุ่มพันธมิตรฯ หยิบยกมาโจมตี คือเรื่องความไร้ประสิทธิภาพการบริหารจนทำให้ไทยเสียอธิปไตยในพื้นที่ 4.6 ตร.กม. รอบปราสาทพระวิหาร สะท้อนผ่านการที่ชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่ในบริเวณดังกล่าว และที่บ้านหนองจาน มีทั้งทหาร ประชาชน วัด และตลาด โดยคนไทยไม่สามารถเข้าไปดินแดนที่เป็นของไทยได้

การกดดันเรียกร้องจากฝั่งกลุ่ม พธม. ที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาในส่วนนี้อย่างเด็ดขาด ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงในพื้นที่ รวมทั้งลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงระหว่าง 2 ฝั่งมากขึ้น

ขณะข้อเรียกร้องที่ให้ประเทศไทยถอนตัวจากสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกนั้น ย่อมทำให้ไทยเสียโอกาสในการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา และหากพลาดพลั้งอาจถึงขั้นทำให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้ และปิดทางไม่ให้ไทยมีโอกาสขอขึ้นทะเบียนร่วมกับทางกัมพูชา

ถัดมาที่ข้อเรียกร้องการกำหนดเส้นตาย 3 วัน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วย นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ อย่างไร้มลทิน ซึ่งจนถึงวันนี้ทั้งสองคนยังถูกคุมตัวอย่างไม่รู้อนาคตว่าสุดท้ายผลจะออกมาอย่างไร ก่อนที่จะนำมาสู่การชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ 5 ก.พ. ของกลุ่มพันธมิตรฯ

ผลลัพธ์จากการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ ยังไม่สามารถสร้างกระแสเรียกคนเสื้อเหลืองให้มาชุมนุมได้อย่างมีพลังเพียงพอที่จะกดดันให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องได้ เมื่อเสียงจากสังคมอีกฝั่งเองก็ยังไม่เห็นว่าข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หรือเส้นตาย 3 วัน ที่เรียกร้องให้ช่วยเหลือ“วีระ” กับ “ราตรี” จะนำมาสู่การทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้

ยิ่งในภาวะสังคมที่เริ่มเอือมระอากับการชุมนุมที่มีมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การจุดกระแสจากฝั่งกลุ่ม พธม. ที่ไม่มีเป้าหมายหรือประเด็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน ไม่สามารถเรียกมวลชนเข้ามาเป็นพลังการเคลื่อนไหวได้

แม้ล่าสุดจะได้สถานการณ์การเปิดฉากโจมตีระหว่างไทยกัมพูชา หลายระลอกตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา จนเกิดการสูญเสียระหว่างสองฝั่ง จนมีทหารไทยเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 12 คน แต่การชุมนุมของเสื้อเหลืองก็ไม่สามารถได้อานิสงส์ไปเป็นเชื้อเรียกมวลชนคนเสื้อเหลืองออกมารวมตัว

เมื่อรัฐบาลยังประคองสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ รวมทั้งฝ่ายกองทัพที่ตรึงพื้นที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย จนนำมาสู่การเจรจายุติการสู้รบ ทำให้เชื้อความรุนแรงไม่สามารถถูกนำไปขยายผลได้

ยังไม่รวมกับกระแสข่าวที่ปลุกปั่นว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อเหลืองครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างเงื่อนไขความปั่นป่วน ก่อนจะเปิดประตูนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารในที่สุด ซึ่งมีผลต่อมวลชนบางส่วนที่คิดจะเข้ามาร่วมชุมนุมเที่ยวนี้

สุดท้ายด้วยเงื่อนไขประเด็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ชัดเจน และจังหวะเวลาที่ยังไม่สุกงอม จึงยังยากที่จะทำให้การยกระดับเพื่อขับไล่รัฐบาลของกลุ่ม พธม. เที่ยวนี้ ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในวันศุกร์ที่ 11 ก.พ.นี้ หากกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่มี “เป้าหมาย” หรือ “เงื่อนไข” ที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เชื่อว่ายากที่จะจุดกระแสมวลชนออกมาร่วมกดดันขับไล่รัฐบาล

ยิ่งหากยังยื้อต่อไปโดยไม่สนใจท่าทีต่อความรู้สึกของคนในสังคม นอกจากจะไม่สามารถจุดกระแสหาพลังสนับสนุนได้แล้ว อาจยังต้องเสียแนวร่วมเดิมๆ

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง