จับตา! ปมสินบน 40 ล้านบาท "ไชยชนก" แจ้งความกองปราบฯ แล้ว!
"ไชยชนก" แจ้งความกองปราบฯ แล้ว! ปมสินบน 40 ล้านบาท ด้าน ตำรวจเร่งสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. เหตุการกระทำความผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เผ่าภูมิ สมหมาย รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.
กรณีอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่ามีผู้มาติดสินบนติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และพนันออนไลน์ โดยต้องการให้ตำรวจกองปราบฯ ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
เนื่องจากการติดสินบนดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตามกฏหมายอาญามาตรา 144 ที่ระบุว่า ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มีรายงานว่า ภายหลังการแจ้งความพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ นายไชยชนก ติดต่อกันนานกว่า 6 ชั่วโมง จนได้ข้อเท็จจริงของการกระทำความผิด ทราบว่า ก่อนหน้านี้ปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีบุคคลหนึ่งทราบชื่อว่า นายภูวศิษฐ์ หรือ ดิว ได้ไปพบกับ นายฉัตรมงคล ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการส่วนตัวของ น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ หรือ พิมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ที่บริษัทรับตกแต่งภายในแห่งหนึ่งย่านยานนาวา
โดย นายภูวศิษฐ์ บอกกับนายฉัตรมงคล ว่าจะจ่ายเงินจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือนให้กับ นายไชยชนก เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ฯ และอาชญากรรมออนไลน์
ต่อมา นายฉัตรมงคล ได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับ นายวรศิษฐ์ เสียงประสิทธิ์ หรือโกแพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย จนกระทั่งวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา นายวรศิษฐ์ ได้นำเรื่อง มาบอกให้ นายไชยชนก ทราบ ก่อนที่จะนำไปแถลงในสภาผู้แทนฯ
ทั้งนี้เมื่อ นายไชยชนก ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฏหมาย จึงนำเรื่องเข้าแจ้งกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.พัฒศักดิ์ บุฝผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ก่อนที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ได้เร่งรวบรวมหลักฐานจนเสร็จสิ้นแล้ว และจะส่งสำนวนการสอบสวนให้กับ ป.ป.ช. พิจารณาในวันนี้ (8 ต.ค.) เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และการกระทำความผิดตามกฏหมายอาญามาตรา 144 นั้น ถูกกำหนดไว้ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 ให้ส่งสำนวนการสอบสวนให้กับคณะกรรม ป.ป.ช. เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาสั่งการต่อไป.


