
สมาคมพืชสวนชน นำเข้าน้ำมันปาล์ม ทำร้ายชาวสวนไทย
สมาคมพืชสวนระบุ รัฐเปิดนำเข้าน้ำมันปาล์ม ทำร้ายเกษตรกร
สมาคมพืชสวนระบุ รัฐเปิดนำเข้าน้ำมันปาล์ม ทำร้ายเกษตรกร
นายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมไม่เห็นด้วยกับการที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติอนุมัติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มอีก 1.2 แสนตัน และมีแนวโน้มจะนำเข้าเพิ่มอีก เนื่องจากระยะเวลาในการนำเข้าเดือน ก.พ. และ มี.ค. ตรงกับระยะที่ผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนปาล์มในประเทศจะเริ่มออกในเดือน มี.ค. และจะออกมากสุดในเดือน เม.ย. ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่ผิดพลาด และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างมาก เพราะจะทำให้ราคาปาล์มของเกษตรกรตกลง
นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าการเปิดเสรีอาเซียนในพืช 23 ชนิด โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันเริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยแล้ว ขณะเดียวกันเมื่อราคานำเข้าจากต่างประเทศสูงกว่าราคาที่ควบคุมคือ 47 บาทต่อลิตร จึงเป็นไปไม่ได้ว่าเมื่อนำเข้ามาแล้วจะทำให้ราคาจำหน่ายในประเทศที่ถูกกว่าต้นทุน และในที่สุดก็คาดว่าจะนำไปสู่การขึ้นราคาเป็น 50 บาทต่อลิตร ซึ่งในที่สุดการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากมาเลเซีย ก็ไม่สามารถคุมราคาน้ำมันปาล์มให้ต่ำลงได้
ปัจจุบัน ปรากฏว่า ราคาผลปาล์มสดของเกษตรกรเริ่มตกต่ำแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่มีการนำเข้า ซึ่งความต้องการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศจะอยู่ที่ 60,000 ตันต่อเดือน แต่ปัจจุบันในประเทศมีสต๊อก อยู่แล้วกว่า 1 แสนตัน จึงควรนำเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 50,000 – 60,000 ตัน ก็น่าจะเพียงพอ แต่กลับมีนโยบายสั่งนำเข้าถึง 1.2 แสนตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเกินความต้องการ นับเป็นการปล้นเกษตรกรชาวสวนปาล์มและจะส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตปาล์มในประเทศ ในปีที่ผ่านมาเกษตรกรยังประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมต่อเนื่อง ดังนั้นภาครัฐจึงควรให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มได้ราคาผลผลิตที่สูง เพื่อเป็นการชดเชยจากผลผลิตที่เสียหายบ้าง ไม่ใช่การนำเข้ามาเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร และยังเสียหายต่อระบบผลผลิตปาล์มในประเทศ
ดังนั้น ปริมาณน้ำมันที่นำเข้าขณะนี้เริ่มเกินความต้องการใช้ในประเทศ และจะส่งผลให้โรงงานกดราคารับซื้อจากเกษตรกรในช่วงฤดูการผลิต โดยก่อนหน้านำเข้า 3.2 หมื่นตัน ตอนนี้จะให้เข้าอีก 1.2 แสนตันแต่กลับปรากฏว่าข่าวว่า ผอ.อคส.ระบุว่าปริมาณทั้งหมดอาจจะไม่พออาจจะต้องขออีก 1 แสนตันในอนาคตเป็นลอตที่ 3 สมาคมมองว่า การแก้ไขลักษณะนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายมองแต่การแก้ปัญหาการขาดแคลน แต่ไม่มองในเรื่องของราคาผลผลิตที่เกษตรกรจะได้รับ ช่วงเวลาที่ให้นำเข้า ก็เป็นช่วงที่มีผลผลิตปาล์มเริ่มออกสู่ตลาดและจะจะมากที่สุดในเดือนเม.ย. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณที่เกินความต้องการของตลาด ทำให้โรงกลั่นที่ได้รับโควตาการนำเข้าจะไม่ซื้อน้ำมันปาล์มจากโรงสกัด และโรงสกัดจะไม่ซื้อผลปาล์มสดของเกษตรกร หรือถ้าจะซื้อก็จะซื้อในราคาที่ต่ำ เพราะโรงกลั่นมีน้ำมันปาล์มจากการนำเข้าอยู่แล้ว จะมีผลทำให้ราคาผลปาล์มสดของเกษตรกรตกต่ำในที่สุด







