posttoday
ปลัดดีอี ลั่น 30 วันต้องจบ หาคนติดสินบน 40 ล้าน ปิดปากปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปลัดดีอี ลั่น 30 วันต้องจบ หาคนติดสินบน 40 ล้าน ปิดปากปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

02 ตุลาคม 2568

“พชร” ปลัดดีอี รับลูก “ไชยชนก” ตั้งกรรมสอบปม 40 ล้าน ปิดปากปราบแก๊งมิจฉาชีพ ลั่นต้องจบภายใน 30 วัน ย้ำกรรมการต้องเป็นคนนอก เพื่อความโปร่งใส

KEY

POINTS

  • "พชร" ปลัดดีอี รับลูก "ไชยชนก" ตั้งกรรมการสอบสวนปมสินบน 40 ล้านบาท ปิดปากการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • ขีดเส้นตาย 30 วัน ต้องได้ข้อสรุป! ลั่นต้องหาตัวผู้กระทำผิดให้ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
  • ย้ำความโปร่งใส ดึงคนนอกร่วมเป็นกรรมการสอบสวน ทั้งจาก บช.ก., ดีเอสไอ, ป.ป.ท. และ ปปง.
  • ประกาศกร้าว หากพบข้าราชการในกระทรวงดีอีมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้น

หลังจากสร้างกระแส จนกลายเป็นที่จับตา กับภารกิจแรกที่ต้องจัดการให้ได้ภายใน 4 เดือน ของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กับการออกมาเปิดโปงเรื่องราวของคนปริศนา “มีคนติดต่อหาผม ไม่ใช่โดยตรง ผ่านเพื่อสมาชิกที่ทราบรู้จักผม เสนอเดือนละ 40 ล้านบาท เพื่อไม่ให้จับเรื่องคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ ทำให้สงสัยประเพณีปฏิบัติของรัฐมนตรีกระทรวงดีอีเป็นอย่างไร” นั้น  

สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมและความคาดหวังของฝ่ายค้าน “หากเรื่องนี้จริง ต้องจับตัวให้ได้” หรือ บางคนถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า การออกมาให้ข้อมูลในครั้งนี้ “ถ้าจริง แล้วจับไม่ได้ จะเป็นการกระทำที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่” ซึ่งแน่นอนว่า อดีต รมว.ดีอี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ออกมาตอบโต้แบบร้อนแรงเช่นกัน กับวลี “อย่าดีแต่พูด อย่าทำตัวเป็นรัฐมนตรีต้นทุนต่ำ”

ประเสริฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ มา 2 ปี ไม่เคยมีผู้ใดมาเสนอผลประโยชน์ เพื่อไม่ให้จับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์และเว็บไซต์ จนทำให้มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ลดลงกว่าครึ่งและทำให้ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศ WSIS Prizes 2025 จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์

ผมแปลกใจที่รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ คนใหม่ ยังไม่ทันได้ทำหน้าที่แต่มีคนมาเสนอมอบเงินผลประโยชน์ถึงเดือนละ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ผมเข้าใจว่าที่เขากล้าเสนอเรื่องผิดกฎหมายเช่นนี้ อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของท่านที่ทำให้เหล่ามิจฉาชีพเข้าใจได้ว่า มีช่องทางในการพูดคุยเรื่องดังกล่าว

เมื่อท่านยืนยันว่า “จะทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” ผมจึงขอแนะนำให้เร่งดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษโดยเร็ว

อย่าดีแต่พูด อย่าทำตัวเป็นรัฐมนตรีต้นทุนต่ำ

แน่นอนว่า เมื่อ รมว.ไชยชนก ได้พูดไปแล้ว การแอคชั่นต้องเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้น อาจผิด 157 ในฐานะการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ “เพราะรู้แล้ว ไม่ทำ” เผือกร้อนจึงไปตกอยู่ที่ ปลัดดีอีคนใหม่ “พชร อนันตศิลป์” ที่ไม่ได้เป็นลูกหม้อกระทรวงดีอี

ปลัดดีอี พชร เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า วันนี้ (2 ต.ค.2568) ได้เรียกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะให้ใครมีส่วนร่วมในการเป็นกรรมการสอบเรื่องนี้บ้าง ที่สำคัญต้องเป็น “คนนอก” คาดว่าจะตั้งกรรมการสอบแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน และเรื่องนี้ต้องจบภายใน 30 วัน หรือ สิ้นเดือน ต.ค.นี้

รมว.ดีอี ย้ำให้เป็นคนจากหน่วยงานภายนอก โดยมีตนเป็นคนในกระทรวงดีอีเพียงคนเดียว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และให้เกิดความน่าเชื่อถือในการสอบสวน ซึ่งจากการหารือเบื้องต้น จะประกอบด้วย  กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นต้น 

รมว.ดีอี สั่งการให้เร่งรัดสวนสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 30 วัน จึงต้องเร่งทำงาน การใช้หน่วยงานภายนอกเป็นกรรมการ เพื่อให้มีอำนาจ ในการสืบสวนสอบสวนโดยตรง สามารถรวบรวมหรือเรียกดูเอกสานหลักฐานต่างๆ ได้ หากมีพยานหลักฐานไปถึงหน่วยงานใด โดยจะเร่งขยายผลทำตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยกรรมการที่ตั้งขึ้นจะมีไม่ถึง 10 คน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว เพื่อเร่งทำงาน ซึ่งหากสามารถรวบรวมหาหลักฐานได้เร็วอาจจะสรุปผลได้ก่อน 30 วันด้วย

พชร  กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปหากจะพูดถึงผลสอบสวนของคณะกรรมการกลาง ถ้าออกมาแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องกับนัการเมือง ข้าราชการ หรือ หากผลสอบออกมาไม่มีอะไร หรือติดตามไม่ได้ ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง  ซึ่งหากพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการกลางก็ต้องทำ เพราะมีหน้าที่และต้องรับผิดชอบ

ทุกคนที่เข้ามาทำงานตรงนี้ก็ถือว่ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง  และทาง รมว. ดีอี สั่งการแล้วให้ทำให้เรียบร้อย ไม่ว่าใครที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยิ่งหากเป็นข้าราชการในกระทรวงดีอี มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุดไม่มีละเว้น

ข่าวล่าสุด

Cross-Border QR Payment ของไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ “Cross-Border Payments Champion”

Cross-Border QR Payment ของไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ “Cross-Border Payments Champion”