posttoday
ใส่อีก2หมื่นล.ขึงดีเซล30บ.

ใส่อีก2หมื่นล.ขึงดีเซล30บ.

07 กุมภาพันธ์ 2554

คลังตั้งท่าดึงเงินกองทุนน้ำมันฯ หมดหน้าตัก 2 หมื่นล้าน ตรึงดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท

คลังตั้งท่าดึงเงินกองทุนน้ำมันฯ หมดหน้าตัก 2 หมื่นล้าน ตรึงดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า สิ้นเดือน ก.พ.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะทบทวนการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ลิตรละไม่เกิน 30 บาท ร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง เพื่อตัดสินใจดำเนินการในเชิงนโยบายอีกครั้ง

ทั้งนี้ การตรึงราคายังสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ก่อนหน้านี้มีอยู่ 2.8 หมื่นล้านบาท และดึงมาชดเชยน้ำมันดีเซล 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเงินจะหมดลงในไม่ช้า แต่ก็ยังสามารถดึงเงินที่เหลืออีก2 หมื่นล้านบาท มาชดเชยราคาน้ำมันดีเซลได้อีกต่อไประยะหนึ่ง

 “กองทุนน้ำมันฯ ยังมีกำลังที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท โดยที่ไม่ต้องลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หากราคาน้ำมันปรับขึ้นไปอย่างต่อเนื่องผู้ใช้น้ำมันคงต้องยอมรับความจริง เพราะรัฐบาลคงไม่บริหารให้กองทุนน้ำมันฯ ติดลบมากเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่ต่ำกว่าลิตรละ 30 บาทตลอดไป” นายกรณ์ กล่าว

ในอนาคตกองทุนน้ำมันฯ จะมีเงินส่วนที่เลิกการอุดหนุนก๊าซแอลพีจีของภาคอุตสาหกรรม ก็จะมีเงินเข้ามาเพิ่มอีกปีละ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้การตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

นายกรณ์ กล่าวว่า ต้องติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดจากผลกระทบประท้วงหลายประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเทศผลิตน้ำมันทำให้เกิดความอ่อนไหว ราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.จะเสนอคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) หารือผลกระทบการลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนการใช้ถึง 12% จึงต้องการให้รัฐบาลชะลอการประกาศลอยตัวราคาแอลพีจีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมออกไปจากเดือน ก.ค. 2554 เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีเวลาได้ปรับตัวพร้อมให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณบางส่วน หรือมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ดังนี้ 1. หามาตรการช่วยเหลือในการจัดหาเชื้อเพลิงทางเลือกอื่น เช่น ก๊าซธรรมชาติ หรือก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอก่อน โดยมีราคาไม่แตกต่างจากเดิม 2. มาตรการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ให้เหมาะสมกับเชื้อเพลิงทางเลือก 3. มาตรการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบมากที่สุดในเรื่องการลอยตัวราคาแอลพีจี ได้แก่ อุตสาหกรรมเซรามิก และกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก ที่มีการใช้แอลพีจีคิดเป็นต้นทุนด้านพลังงานสูงถึง 2540% ของต้นทุนรวม รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น อาหาร เคมี พลาสติก ยาง และยา

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี