
ถอดโมเดลยกร่างรธน.ภท.-พท.-ปชน.เส้นทางขรุขระสู่รัฐธรรมนูญใหม่
ดร.ณัฏฐ์ วิเคราะห์โมเดลร่าง รธน. ปชน.–พท. เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญจากขั้นตอนเลือกตั้งตรง ขณะโมเดล ภท. แม้ไม่สะดุดกฎหมาย แต่ยังถกเถียงเรื่องตัวแทนประชาชน
KEY
POINTS
- โมเดลการยกร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยมีความเสี่ยงขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีขั้นตอนให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ร่างโดยตรง
- รูปแบบของพรรคภูมิใจไทยมีความปลอดภัยทางกฎหมายเพราะให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกทั้งหมด แต่ถูกวิจารณ์ว่าขาดความชอบธรรมและการเป็นตัวแทนของประชาชน
- เส้นทางสู่รัฐธรรมนูญใหม่เผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนและความชอบด้วยกฎหมายตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
สัญญาณยุบสภาและวาระการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะยุบสภาช่วงปลายมกราคม 2569 และจัดการเลือกตั้งพร้อมประชามติปลายมีนาคมหรือต้นเมษายน 2569 นับเป็นการเปิดทางสู่ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ซึ่งจะกลายเป็นสนามทดสอบทางการเมืองครั้งสำคัญ
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน จึงออกมาให้ความเห็นต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำกรอบข้อเท็จจริงทางกฎหมายและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับ “ที่มา” ของคณะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ
กรอบกฎหมายและคำวินิจฉัยศาล รธน.
รัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) บัญญัติว่า หากจะแก้ไขในหมวดสำคัญหรือจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความในคำวินิจฉัยที่ 4/2564 และ 9/2568 ว่า:
- การริเริ่มทำรัฐธรรมนูญใหม่ – ประชาชนต้องออกเสียงประชามติว่าสมควรมีหรือไม่
- วิธีการจัดทำ – รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้
- จำนวนประชามติ – อย่างน้อย 2–3 ครั้ง ตั้งแต่การริเริ่มจนถึงการรับรองร่างสุดท้าย
กล่าวอย่างง่ายคือ ประชาธิปไตยโดยตรง (ประชามติ) ใช้กำหนดชะตารัฐธรรมนูญใหม่ แต่ประชาธิปไตยทางอ้อม (การเลือกตัวแทนโดยตรงของประชาชนเพื่อมาร่าง รธน.) ศาลตัดสินว่า “ทำไม่ได้” เพราะเป็นการแย่งอำนาจที่ควรอยู่ในมือรัฐสภา
โมเดล “ที่มา” ของคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 3 พรรค
พรรคประชาชน
- องค์ประกอบ: 135 คน
- คณะผู้ร่าง 35 คน: มาจากทีมสมัคร (ทีมละไม่เกิน 70 คน) ให้ประชาชนเลือก ก่อนให้รัฐสภาคัดเหลือ 35
- สภาที่ปรึกษา 100 คน: มาจากการเลือกตั้งตรงระดับจังหวัด
- จุดแข็ง: เปิดทางให้ประชาชนมีบทบาทสะท้อนความเห็น
- จุดอ่อน: ขั้นตอนเลือกตั้งตรงของประชาชนเพื่อนำมาคัดเลือกภายหลัง ขัดต่อคำวินิจฉัยศาล รธน.
พรรคเพื่อไทย
- องค์ประกอบ: 140 คน
- ตัวแทนจังหวัด 100 คน: ประชาชนเลือกตั้ง 200 คน แล้วให้รัฐสภาคัดเหลือ 100
- ตัวแทนวิชาชีพ 40 คน: เลือกจากกลุ่มอาชีพและองค์กรวิชาการ
- จุดแข็ง: ครอบคลุมมิติจังหวัดและสาขาอาชีพ
- จุดอ่อน: กระบวนการเลือกตั้งตรงจากประชาชนเพื่อนำมาคัดเลือกภายหลัง เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับโมเดลของพรรคประชาชน
พรรคภูมิใจไทย
- องค์ประกอบ: 99 คน
- ตัวแทนจังหวัด 77 คน: รัฐสภาคัดเลือกจังหวัดละ 1 คน
- ผู้เชี่ยวชาญ 22 คน: สมัครและให้รัฐสภาคัดเลือก แบ่งกลุ่มตามสาขาวิชา
- จุดแข็ง: ไม่มีขั้นตอนเลือกตั้งตรงโดยประชาชน จึงไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.
- จุดอ่อน: จำนวนผู้ร่างน้อย และการคัดเลือกโดยรัฐสภาเสี่ยงถูกครอบงำโดยกลุ่มการเมือง
การตีความเชิงกฎหมาย: อะไร “ขัด” และอะไร “ไม่ขัด”
ดร.ณัฏฐ์ชี้ว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็น “บรรทัดฐานเด็ดขาด” มีผลผูกพันทุกองค์กร หากพรรคใดเสนอโมเดลที่มีขั้นตอนให้ประชาชนเลือกตั้งตรงผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แม้เพียงบางส่วน ย่อม “ขัดรัฐธรรมนูญ”
พรรคประชาชนและเพื่อไทย: เดินบนเส้นทางเสี่ยง เพราะยังมีการเลือกตั้งตรงของประชาชน
พรรคภูมิใจไทย: แม้จะไม่ขัด แต่มีจุดอ่อนด้านความชอบธรรมและความเป็นตัวแทนประชาชนจริง
ผลทางการเมือง: เกมเสี่ยงศาลรัฐธรรมนูญ
หากพรรคการเมืองดื้อดึงใช้โมเดลที่ศาลเคยตีความว่า “ห้าม” สมาชิกสภาย่อมสามารถยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และหากศาลชี้ว่าขัด รธน. ร่างแก้ไขจะตกไปทันที ทำให้กระบวนการทั้งหมดสูญเปล่า
ดังนั้น คำถามคือ พรรคการเมืองจะเลือกเส้นทางที่ “สอดคล้องกฎหมายแต่เสี่ยงถูกครอบงำการเมือง” (โมเดลภูมิใจไทย) หรือจะเลือกเส้นทางที่ “ประชาชนมีบทบาทมากกว่าแต่เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ” (โมเดลประชาชน–เพื่อไทย)
เส้นทางขรุขระสู่รัฐธรรมนูญใหม่
การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่าง “ความชอบธรรมทางประชาธิปไตย” และ “ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ”
พรรคประชาชน–เพื่อไทย ย้ำการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ติดกับดักกฎหมาย
พรรคภูมิใจไทย ปลอดภัยเชิงกฎหมาย แต่ถูกตั้งคำถามเรื่องตัวแทนที่แท้จริง
ท้ายที่สุด เกมการเมืองเรื่อง “ที่มา” ของคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ อาจไม่ได้วัดกันเพียงในสภา แต่ต้องไปสิ้นสุดที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง และนี่คือจุดที่กำหนดทิศทางอนาคตประชาธิปไตยไทยว่าจะเดินต่อบนรางไหน







