posttoday

รทสช.แตกหัก เอกนัฏจ่อคืนประชาธิปัตย์ หากอภิสิทธิ์หวนคุมเกม

17 กันยายน 2568

วิกฤตแตกหักภายใน รทสช. จากศึกโหวตนายกฯ “ลูกหมี–พลังชุมพร” ย้ายซบภูมิใจไทย เขย่าฐานใต้ จับตา เอกนัฏมีแนวโน้มคืนถิ่น ปชป. หากอภิสิทธิ์กลับมา

KEY

POINTS

  • พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จนนำไปสู่ภาวะแตกหักภายในพรรค
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มีแนวโน้มสูงที่จะย้ายกลับไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดิม
  • เงื่อนไขสำคัญที่อาจทำให้นายเอกนัฏตัดสินใจกลับพรรคประชาธิปัตย์ คือการกลับมามีบทบาทนำในพรรคอีกครั้งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

จุดแตกหัก “พีระพันธุ์–เอกนัฏ”

ความขัดแย้งภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจากการประชุมเมื่อ 9 กันยายน 2568 เมื่อหัวหน้าพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และเลขาธิการพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ปะทะคารมกันอย่างหนัก ปมสำคัญคือท่าทีต่อการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

รทสช. แตกเป็น 3 กลุ่มชัดเจน

  • กลุ่มพีระพันธุ์ – เลือก “งดออกเสียง” เพื่อรักษาระยะห่าง
  • กลุ่มเอกนัฏ – สนับสนุนนายอนุทิน โดยไม่เรียกร้องตำแหน่งใด
  • กลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น – สนับสนุนเต็มที่ พร้อมประกาศเข้าร่วมรัฐบาล

ผลจากการโต้เถียงครั้งนี้ เอกนัฏประกาศลาออกจากคณะกรรมการบริหารพรรคทันที เป็นสัญญาณร้าวลึกที่ฉีกความเป็นเอกภาพของพรรคที่ก่อตั้งขึ้นจากฐานเสียง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เมื่อปี 2565 และมี ส.ส.รวม 36 คน โดย 13 คนมาจากบัญชีรายชื่อซึ่งพึ่งพาคะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก

การเผชิญหน้าระหว่างสองขั้วใหญ่ในพรรค จึงไม่ใช่เพียงการแตกความเห็นชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือการปะทะกันของทิศทางการเมือง ที่ยากจะหาทางกลับมารวมกันได้อีก

 “ลูกหมี–พลังชุมพร” ย้ายรังซบภูมิใจไทย

แรงสั่นสะเทือนจากวิกฤต รทสช. เด่นชัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน 2568 เมื่อ “ลูกหมี” นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร นำทีม “พลังชุมพร” กว่า 50 คน เข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้รวมทั้ง ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่นคนสำคัญ เช่น นายสุพล จุลใส, นายวิชัย สุดสวาทดิ์ และนายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร การย้ายพรรคของกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนดุลกำลังในภาคใต้ แต่ยังเท่ากับการดึงฐานเสียงหลักของ รทสช. ไปอยู่ในมือภูมิใจไทย

นายชุมพลยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เพื่อให้การเมืองเดินหน้า ทว่าผลทางปฏิบัติกลับหมายถึงการทำให้ รทสช. สูญเสีย “หัวใจ” ของฐานเสียงภาคใต้ในชุมพรและสุราษฎร์ธานีอย่างไม่อาจประเมินค่า

ความสูญเสียนี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เมื่อแกนนำที่ใกล้ชิดเอกนัฏ เช่น นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรค เริ่มส่งสัญญาณขยับตัวออกจากตำแหน่ง การเมืองในพรรคจึงเต็มไปด้วยสภาพสูญญากาศทางผู้นำ

เอกนัฏหวนคืนถิ่น ปชป.มีความเป็นไปได้สูง

เมื่อพรรคเผชิญวิกฤตร้าวลึก เส้นทางการเมืองของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมการเมืองจับตามอง ปัจจุบันมี 2 ทางเลือกสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

เข้าร่วมภูมิใจไทย – สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของพลังชุมพร แม้เอกนัฏยังไม่แสดงท่าทีชัด แต่การโยกย้ายเครือข่ายภาคใต้กำลังเปิดทางเลือกนี้

หวนคืนประชาธิปัตย์ (ปชป.) – เป็นความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมาคุมพรรคอีกครั้ง แหล่งข่าวภายในยืนยันว่า หากอภิสิทธิ์รีเทิร์น การกลับบ้านเก่าของเอกนัฏจะมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะอดีตเลขาฯ รทสช. มีรากทางการเมืองและเครือข่ายใน ปชป. อยู่แล้ว

การจับมือกันระหว่างเอกนัฏและอภิสิทธิ์จะเป็นการฟื้นพลังประชาธิปัตย์ หลังเผชิญภาวะถดถอยมาหลายปี และอาจสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในแผนที่การเมือง โดยเฉพาะการท้าชนกับภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้

ในขณะที่ รทสช. กำลังถูกทดสอบด้วยความร้าวลึก จนเสี่ยงกลายเป็นพรรคไร้น้ำหนักทางการเมือง อนาคตของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และการรีเทิร์นของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ที่กำหนดสมดุลใหม่ของการเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ข่าวล่าสุด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกดูงานต่างประเทศหลังครม.มีมติประหยัดงบประมาณภาครัฐ