
รง.ตามตื๊อรัฐรื้อโครงสร้างราคาน้ำตาล
โรงงานไล่กดดันรัฐ ปรับโครงสร้างราคาน้ำตาล เอื้อเพิ่มกำไร อ้างราคาตลาดโลกพุ่งแรง ขู่ไม่ได้ ระวังสินค้าขาดแคลน
โรงงานไล่กดดันรัฐ ปรับโครงสร้างราคาน้ำตาล เอื้อเพิ่มกำไร อ้างราคาตลาดโลกพุ่งแรง ขู่ไม่ได้ ระวังสินค้าขาดแคลน
แหล่งข่าวจาก 3 สมาคมโรงงานน้ำตาล เปิดเผยว่า ทิศทางราคาน้ำตาลในตลาดโลกจนถึงปีหน้ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงต้องรีบตัดสินใจปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลในประเทศใหม่อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำตาลเหมือนในช่วงที่ผ่านมา เพราะการที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น จะยิ่งเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำตาลออกไปขายยังต่างประเทศ สุดท้ายก็อาจจะซ้ำรอยกับปัญหาน้ำมันปาล์มได้
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกทำสถิติสูงสุดอีกครั้งในวันที่ 2 ก.พ. ราคาน้ำตาลทรายดิบส่งมอบเดือน ม.ค. 2554 ทำสถิติสูงสุด 36.08 เซนต์ต่อปอนด์ และปิดตลาดที่ 35.31 เซนต์ต่อปอนด์ ราคาซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือน มี.ค. 2555 อยู่ที่ 26.75 เซนต์ต่อปอนด์ ขณะที่ราคาน้ำตาลทรายขาวตลาดลอนดอนทำสถิติสูงสุดที่ 857 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปิดตลาด 844.5 เหรียญสหรัฐต่อตัน
การที่ทิศทางราคาน้ำตาลทรายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากปัญหาภัยธรรมชาติที่ประเทศออสเตรเลีย จึงถือเป็นโอกาสดีทั้งน้ำท่วม และพายุไซโคลนพัดถล่มรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยมากที่สุดเฉลี่ย 3050% ของพื้นที่ โดยคาดว่าจากปัญหาภัยธรรมชาติในครั้งนี้จะทำให้ผลผลิตเสียหายหนัก และเมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ ทั่วโลก เช่น อินเดีย จากเดิมที่ประกาศจะส่งออกน้ำตาล ก็เริ่มมีความไม่ชัดเจนแล้ว ขณะที่รัสเซียมีการประกาศลดภาษีนำเข้าน้ำตาล เพราะต้องการนำเข้ามากขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาคลื่นความร้อน ทำให้ผลผลิตหัวบีท ที่นำมาผลิตน้ำตาลมีน้อยลง เป็นต้น ส่งผลให้ผลผลิตในตลาดโลกใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการมากขึ้น
สำหรับประเทศไทยถือเป็นโอกาสที่ดี ทำให้การส่งออกน้ำตาลในปีนี้จะเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การทำราคาขายน้ำตาลโดยบริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย (อนท.) ตอนนี้ ทำราคาขายไปแล้วกว่า 90% ในราคาเฉลี่ย 23 เซนต์ต่อปอนด์







