
ประสารมองเอเชียโตก้าวกระโดด
ผู้ว่าการธปท.การันตีไทยเกาะกระแสเอเชียเติบโตได้แน่ แต่ต้องเร่งพัฒนาการเป็นฐานผลิตสินค้าขั้นกลางป้อนตลาดสำคัญ
ผู้ว่าการธปท.การันตีไทยเกาะกระแสเอเชียเติบโตได้แน่ แต่ต้องเร่งพัฒนาการเป็นฐานผลิตสินค้าขั้นกลางป้อนตลาดสำคัญ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในงานโพสต์ทูเดย์ อินเวสต์เมนต์ เอ็กซ์โป 2011 ซึ่งจัดขึ้นที่ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลลาดพร้าว ในหัวข้อ “นโยบายการเงินกับยุคทองของเอเชีย” ว่า ในส่วนของความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเอเชีย ในปัจจุบัน อยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากการที่เศรษฐกิจเอเชียโดยรวมสามารถผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลกมาได้อย่างค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยการขยายตัวในปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก แม้ว่ากลุ่มประเทศ G3 ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของโลกและคู่ค้าสำคัญยังคงอ่อนแอ
นอกจากนั้น การที่ระดับหนี้สาธารณะของประเทศในกลุ่มเอเชียยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ สะท้อนถึงความสามารถของภาครัฐในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเงินสำรองระหว่างประเทศของเอเชียที่อยู่ในปริมาณสูง จะช่วยรองรับความผันผวนในระบบเศรษฐกิจการเงินโลกที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
ผู้ว่าการธปทง.เชื่อว่า ไทยเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเติบโตของเอเชีย เนื่องจากไทยเป็นฐานผลิตสินค้าขั้นกลางส่งออกไปยังประเทศต่างๆในเอเซีย
"เราต้องพัฒนาศักยภาพให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ขึ้นเป็นแนวหน้าในการผลิต เราต้องรักษาสมดุลให้ดี ไม่อย่างนั้นก็อาจตกขอบได้ และจะเป็นลูกไล่ เราถึงต้องทำตัวไม่ให้ตกขอบ ไม่ให้เป็นลูกไล่” นายประสาร กล่าว
ในส่วนของความมั่งคั่งนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความมั่งคั่งของกลุ่มเอเชียโดยรวมได้ก้าวกระโดดขึ้นมาจากในอดีต การเปิดเสรีของประเทศขนาดใหญ่เช่นจีนและอินเดีย ทำให้ขนาดของเศรษฐกิจเหล่านั้นขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้แรงงานจำนวนมากในประเทศเหล่ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งจะช่วยให้กลายเป็นตลาดส่งออกสำคัญแก่ประเทศอื่นๆในภูมิภาค และทำให้ความมั่งคั่งของภูมิภาคโดยรวมเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้สัดส่วนของเศรษฐกิจเอเชียเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งประเมินโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากประมาณ 8% เมื่อต้นทศวรรษ 1980 เป็น 25% ในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปี 2015 ขณะที่สัดส่วนของกลุ่มประเทศ G7 ซึ่งเป็นประเทศพัฒนากลับลดลงจาก 50% ในต้นทศวรรษที่ 1980 เหลือ 40% ในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะลดลงเหลือ 36-37% ในปี 2015 ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในสัดส่วน GDP โลกนี้สะท้อนได้เป็นอย่างดีถึงแนวโน้มความมั่งคั่งของเอเชียที่น่าจะมีต่อไปในอนาคต
ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า สิ่งที่เราคาดหวังต่อไปก็คือ ความมั่นคงและมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวจะช่วยให้บทบาทของเอเชียในเวทีโลก เช่นสัดส่วนการออกเสียงในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
นายประสาร กล่าวว่า การจะเป็นยุคทองได้นั้นต้องมีลักษณะ 3 ประการคือ ประการแรก ต้องมีสันติภาพ ความกลมเกลียวประการที่สอง ต้องมีความมั่นคง และประการสุดท้าย ต้องมีความมั่งคั่ง ซึ่งสำหรับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียนั้น พออนุโลมได้ว่ามีสันติภาพ มีความกลมเกลียว อย่างสันติภาพที่เกิดขึ้นในประชาคมอาเซียน







