
สว.ชี้ดัชนีคอรัปชั่นตกต่ำสุดขีด
รสนา ชี้ ดัชนีคอรัปชั่นตกต่ำสุดขีด อัด ปล่อยชักคิวบางโครงการถึง 70%
รสนา ชี้ ดัชนีคอรัปชั่นตกต่ำสุดขีด อัด ปล่อยชักคิวบางโครงการถึง 70%
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.)ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรรมาภิบาล วุฒิสภา จัดการเสวนาเพื่อแถลงผลการดำเนินงานของ กมธ.ในรอบ 3 ปี (2551-2553) โดยขณะ ที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ประธานกมธ. กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดอันดับความโปร่งใสต่ำมาก สูงสุดอยู่ที่ 3.8 ต่ำสุดอยู่ที่ 2.7 ซึ่งไม่ถึงครึ่ง ถือว่าสอบตก ซึ่งนักธุรกิจคำนวณมูลค่าทุจริตที่ 2 แสนล้านบาทต่อไป หลายคนยังบอกว่า บางโครงการยังคอรัปชั่น 70 % กมธ.เห็นว่า ทางที่จะแก้ไข ภาคประชาสังคมต้องเข้มแข็ง จึงขอเสนอแนวทางเริ่มต้นด้วยการทำแฟ้มประวัติผู้แทนปวงชนชาวไทย ที่ระบุรายละเอียดถึงสถิติการเข้าประชุม การลงมติ การอภิปราย เพื่อรายงานผลงานต่อประชาชนให้เกิดการตรวจสอบ นอกจากนี้ ต้องให้มีการแก้ไขไม่ให้คดีทุจริตมีการหมดอายุความ
“กฎหมาย ที่มีมากมาย แต่ไม่สามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้ ดังนั้นการเสนอทำแฟ้มประวัตินักการเมือง เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ รวมถึงการเปิดเผยการทำงานขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ที่ควรเปิดเผยการทำคดีต่างๆ ด้วย” น.ส.รสนา กล่าว
น.ส.รสนา กล่าวว่า นอกจากนี้ที่สำคัญปัญหาการทุจริตด้านพลังงานพบว่า เกิดจากการขาดธรรมาภิบาลในการคัดเลือกบุคคลที่เข้าไปกำหนดนโยบายด้านพลังงาน ในกระทรวงพลังงาน รวมถึงผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้นต้องห้ามไม่ให้พนักงานรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบาย ในหน่วยงานที่ต้องไปกำกับดูแล นอกจากนี้ กมธ.พยายามจะเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เลิกอุ้มบริษัทพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมัน
“ให้ทำโดยการยกเลิกนโยบายที่มีมาตั้งแต่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ให้ต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานกลั่นน้ำมันในไทย เพื่อทดแทนการนำเข้าแต่ราคาขายให้เท่ากับการนำเข้าน้ำมันจากประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้รัฐไม่ต้องสูญเสียงบประมาณ 8 หมื่นล้านบาทต่อปี และตนมองว่า หากทำได้ก็ไม่จำเป็นต้องให้กองทุนน้ำมัน อุ้มราคาน้ำมันอีกต่อไป และจัดหาก๊าซแอลพีจีให้เพียงพอ แต่หากไม่เพียงพอขอให้นำเข้าตามราคาลอยตัวของตลาดโลก” น.ส.รสนา กล่าว
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ประธานฐานะอนุกมธ.กลั่นกรองเรื่องร้องเรียน กล่าวว่า รอบ 3 ปี มีเรื่องร้องเรียนมายังกมธ. 279 เรื่อง รับไว้พิจารณาทั้งหมด 189 เรื่อง แบ่งเป็น 6 กลุ่มปัญหา คือ 1.การจัดซื้อจัดจ้าง 2.ใช้งบประมาณไม่โปร่งใส 3.ใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม 4.เพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน 5.การ ออกเอกสารสิทธิ์บุกรุกที่ดิน และ6.การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ทางกมธ.จะรับมาตรวจสอบก็ไม่สามารถบรรเทาปัญหาให้กับประชาชนได้ เพราะรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการแก้ไขให้เป็นรูปธรรมตามที่ได้แถลงนโยบายต่อ รัฐสภา







