
จี้กทม.แก้มลพิษเมืองกรุง
เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อากาศ จี้ กทม. ปั้นกลุ่มตาสับปะรดจับผิดตัวการปล่อยควันพิษในเมืองกรุง จวกหน่วยงานรัฐทำหูหนวกตาบอด
เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อากาศ จี้ กทม. ปั้นกลุ่มตาสับปะรดจับผิดตัวการปล่อยควันพิษในเมืองกรุง จวกหน่วยงานรัฐทำหูหนวกตาบอด
นายอเนก จิรจิตอาทร อาสาสมัครพิทักษ์อากาศสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ กทม.ปี 2540-2553 พบว่า มลพิษทางอากาศและเสียงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ จึงอยากเรียกร้องให้ผู้บริหาร กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ก่อนที่จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเมือง
นายอเนก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.เคยจัดโครงการอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อากาศ จำนวน 200 คน เพื่อเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ปัจจุบันไม่มีการสานต่อโครงการ
“ขอเรียกร้องให้ กทม. ขยายโครงการอบรมอาสาสมัครฯ ให้ครบทั้ง 50 เขต อย่างน้อยเขตละ 100 คน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก แต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยสอดส่องดูแลปัญหามลพิษต่างๆ ให้กับหน่วยงานรัฐได้” นายอเนก กล่าว
นายอเนก กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบปัญหาอีกว่า เมื่อกลุ่มอาสาสมัครพบเห็นยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษบนท้องถนน แต่เมื่อแจ้งเบาะแสและป้ายทะเบียนไปผู้กระทำความผิดไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับเพิกเฉยและไม่มีการดำเนินการเอาผิดแต่อย่างใด
“การที่หน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลยและไม่ตอบสนองต่อเรื่องร้องเรียน ทำให้กลุ่มอาสาสมัครหมดกำลังใจ ทั้งที่พวกเราทำงานด้วยใจ ไม่มีเงินเดือนหรือเบี้ยเลี้ยง เพราะอยากให้คนกรุงหายใจได้ทั่วท้อง แต่สุดท้ายการแก้ไขปัญหามลพิษใน กทม.ก็ล้มเหลว” นายอเนก กล่าว
ด้านนายสุทิน อยู่สุข ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กล่าวว่า กทม.ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นควรมีบทบาทโดยตรงในการรับผิดชอบดูแลปัญหามลพิษ และควรมีการตอบสนองต่อเรื่องร้องเรียนได้อย่างรวดเร็ว เช่น ในประเทศอังกฤษสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขปัญหาได้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังรับแจ้งเหตุ
นายสุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ควรมีการจัดทำแผนที่มลพิษทางอากาศใน กทม. เพื่อชี้ให้ของเขตพื้นที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยง และสามารถนำมาเป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางนโยบายการแก้ปัญหาได้
ขณะที่นายวิจารย์ สิมาฉายา รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่สำคัญในพื้นที่ กทม. คือ ยานพาหนะที่เสื่อมสภาพการใช้งาน โดยเฉพาะรถโดยสารและรถจักรยานยนต์ ซึ่งควรมีการตรวจสภาพอย่างเคร่งครัดก่อนที่จะอนุมัติต่อทะเบียนให้
ทั้งนี้ นายวิจารย์ กล่าวว่า จะมีการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง ปี 2555-2559 ก่อนที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษต่อไป







