
เคหะชงแผน5ปีครม.ทำบ้านคนจน5แสน
คนซื้อบ้านเฮ การเคหะฯ ลุยบ้านกลางล่าง ทุ่ม 5 หมื่นล้าน 5 ปี ผุด 5 หมื่นหน่วยทั่วประเทศ ราคา 5 แสน-6 ล้าน
คนซื้อบ้านเฮ การเคหะฯ ลุยบ้านกลางล่าง ทุ่ม 5 หมื่นล้าน 5 ปี ผุด 5 หมื่นหน่วยทั่วประเทศ ราคา 5 แสน-6 ล้าน
นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค.นี้ จะเสนอแผน 5 ปี (พ.ศ. 25542558) ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยตามแผน 5 ปี กคช.จะมีโครงการที่รองรับประชาชนในทุกระดับรวม 5 หมื่นหน่วย มูลค่า 6.5 แสนบาท ใช้เงินลงทุน 5 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1 หมื่นบาท ซึ่งการพัฒนา 7080% จะเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ส่วนอีก 2030% จะเป็นระดับรายได้สูง เพื่อนำกำไรมาชดเชยให้โครงการผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง
ทั้งนี้ กคช.จะขายบ้านเอื้ออาทรที่เหลืออยู่ประมาณ 5 หมื่นหน่วย รวมถึงก่อสร้างและโอนบ้านที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งหมดให้แล้วเสร็จในปลายปี 2555 หรือต้นปี 2556 นอกจากนี้จะนำที่ดินจากโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ระงับการพัฒนาไป 67 โครงการจาก 143 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่สำรวจแล้วว่าเป็นที่ต้องการมาพัฒนาต่อ ให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง 3.3 หมื่นหน่วย มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท
โครงการดังกล่าวเป็นบ้านระดับรายได้น้อยประมาณ 2.5 หมื่นหน่วย ราคาไม่เกิน 5 แสนบาท มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนบ้านผู้มีรายได้ปานกลาง 8,000 หน่วย ราคา 7 แสน3 ล้านบาทนอกจากนี้ จะนำที่ดินซึ่งเป็นแลนด์แบงก์ของกคช.ออกมาพัฒนาด้วย โดยจะเน้นการการพัฒนาโครงการระดับรายได้ปานกลางรายได้สูง ในช่วง 5 ปี จำนวน 1 หมื่นหน่วย วงเงินลงทุน 3.5 หมื่นล้านบาท ราคาตั้งแต่ 7 แสนบาทจนถึงกว่า 6 ล้านบาท
นายสุชาติ กล่าวว่า หากแผน 5 ปี ผ่านความเห็นชอบจากครม. ในปี 2554 กคช.จะเริ่มเปิดขายบ้านเอื้ออาทรในส่วนที่เหลือช่วงเดือนก.พ. และต้นเดือนมี.ค.จะเอาโครงการระดับรายได้ปานกลางจำนวน 15 โครงการ ทั้งทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม 4,000 หน่วย ออกมาขายราคาตั้งแต่ 7 แสนถึง 6 ล้านกว่าบ้าน ส่วนโครงการผู้มีรายได้น้อยคาดว่าจะเริ่มขายได้ในช่วงปลายปีจำนวน 25 โครงการ 1 หมื่นหน่วย มูลค่า 5,000 ล้านบาท
สำหรับภาระหนี้ ขณะนี้บริหารจัดการได้โดยลดหนี้จาก 8.7 หมื่นล้านบาท เหลือ 5.8 หมื่นล้านบาท ใน 2 ปี ลงลงเกือบๆ 3 หมื่นล้านบาทภายใน 2 ปีกว่าที่ผ่านมา และจนถึงสิ้นปีคาดว่าจะเหลือ 4.54.7 หมื่นล้านบาท และเมื่อปีที่ผ่านมามีกำไร 1,628 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ากำไรไว้ 700800 ล้านบาท ลดลง เพราะกำไรของปีที่แล้วส่วนหนึ่งได้จากการชดเชยดอกเบี้ยที่รัฐบาลอุดหนุนให้







