
พินัยกรรมให้คลังหลวง
หลวงตามหาบัวละสังขารแล้ว เปิดพินัยกรรมเงินสด ทองคำเข้าคลังหลวง
หลวงตามหาบัวละสังขารแล้ว เปิดพินัยกรรมเงินสด ทองคำเข้าคลังหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโกศโถ และทรงรับศพพระธรรมวิสุทธิมงคลหรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วัน โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานถวายน้ำหลวงสรงศพ ที่วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 30 ม.ค. หลวงตามหาบัวได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อเวลา 03.53 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค. หลังอาพาธต่อเนื่องด้วยอาการปอดติดเชื้อ สิริรวมอายุ 97 ปี 5 เดือน 18 วัน
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสัสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้อ่านพินัยกรรมของหลวงตามหาบัวซึ่งเขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2543 มีใจความสรุปดังนี้ 1.เงินสดที่ได้รับบริจาคให้นำไปซื้อทองคำ ส่วนทองคำที่ได้รับบริจาค ให้นำไปหลอมมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นทุนสำรอง
2.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อจัดงานศพและดูแลทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อน และที่ได้รับศรัทธาจากญาติโยมในงานศพ โดยให้คณะกรรมการดำเนินงานอย่างเปิดเผย
3.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล 9 คน อาทิ นายเชาว์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี โดยให้พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เป็นผู้จัดการมรดก
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการละสังขารของหลวงตามหาบัว ท่านถือเป็นพระสงฆ์ที่บำเพ็ญศีลผู้ประเสริฐได้ช่วยเหลือประเทศชาติไว้มาก สามารถระดมทรัพย์จากประชาชนมาช่วยประเทศได้กว่า 500 ล้านบาท ทองคำร่วม 967 แท่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ในบัญชีทุนสำรองสะสมพิเศษสำหรับพินัยกรรม ได้จัดทำขึ้น 3 ฉบับ มีใจความเหมือนกัน เก็บรักษาไว้ 3 แห่ง ที่วัดป่าบ้านตาด ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย จ.อุดรธานี
หลวงตามหาบัว เป็นผู้ริเริ่ม "โครงการช่วยชาติ" โดยเชิญชวนประชาชนช่วยกันบริจาคทองคำ เงินดอลลาร์ เงินสกุลต่างประเทศ และ เงินบาท นำเข้าคลังหลวง หลังจากที่ประเทศประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540







