
ชาวนาพัทลุงยิ้มข้าวสังข์หยดราคาดี
ชาวนาพัทลุงเฮสังข์หยดราคาพุ่งตกเกวียนละ 20,000 บาท ปี ส่งผลให้เกษตรกรกันมาปลูกกันมากขยายตัว 100 เปอร์เซ็นต์
ชาวนาพัทลุงเฮสังข์หยดราคาพุ่งตกเกวียนละ 20,000 บาท ปี ส่งผลให้เกษตรกรกันมาปลูกกันมากขยายตัว 100 เปอร์เซ็นต์
นายจักรกฤษณ์ สามัคคี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเรียนรู้เกษตรธรรมชาติบางแก้ว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ในปี 2554 ทางกลุ่มได้ขยายตัวสมาชิกปลูกข้าวสังข์หยดเพิ่มขึ้นเกือบ 100 % จากเดิมที่ปลูกกว่า 200 ไร่ มาเป็น 400 ไร่ และในปี 2555 จะมีการขยายตัวปลูกเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมีผู้มาติดต่อขอเป็นสมาชิกของกลุ่มเพิ่มต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถสรุปได้เพิ่มขึ้นเท่ไหร่ โดยภาพรวมขณะนี้ได้มีการปลูกข้าวสังข์หยดทั้งจังหวัดประมาณ 20,000 ไร่
“ข้าวสังข์หยดของกลุ่มขึ้นทะเบียนเป็นข้าวสังข์หยด สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ.) ขณะนี้ราคาอยู่ที่ 20,000 บาท / เกวียน ส่วนลูกค้าก็ขยายตัวเติบโตขึ้นตามลำดับเช่นกัน โดยในเดือนมี.ค.คาดว่าทางกลุ่มจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 120 ตัน มีสินค้าพอเพียงต่อการบริโภค”
อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสังข์หยดมีความอุดมสมบูรณ์มาก ไม่ได้สูญเสียจากการเกิดอุทกภัย กลับส่งผลดีต่อข้าวสัข์หยด และข้าวพื้นเมืองพันธุ์อื่น ๆ ด้วย เพราะน้ำท่วมได้ชะล้างเอาสิ่งสกปรกออกไป แล้วน้ำก็พัดเอาปุ๋ยอินทรีย์ลงมา โดยเฉพาะไม้ยาเขา คือปุ๋ยอินทรีย์จากภูเขาได้ลงสู่นาข้าว เช่น มูลค้างคาว ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก โดยเฉพาะค่าปุ๋ยลดลงประมาณ 70%
นายวสันต์ กู้เกียรติกูล เกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สถานการณ์ผลิตข้าวปีการผลิต 2553/54 โดยรวมของประเทศไทย อยู่ที่ 57.044 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 22 ล้านตันเศษ ได้ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 389 กิโลกรัม ผลผลิตลดลงจากปีที่แล้ว ประมาณล้านตันข้าวเปลือก ตามผลการพยากรณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร แต่ในความเป็นจริง พื้นที่เก็บเกี่ยวและผลผลิตรวม น่าจะลดลงมากกว่านี้ เพราะภัยธรรมชาติ
ทั้งนี้ จ.พัทลุงมีพื้นที่ปลูก 362,462 ไร่ เพิ่มจากปี 2552/53 เล็กน้อย มีผลผลิตรวม 152,234 ตันข้าวเปลือก ผลผลิตต่อไร่ 420 กิโลกรัมต่อไร่ ลดลงจากปี 2552/53 ถึง 21 กิโลกรัม พัทลุง มีพื้นที่ปลูกเป็นรองจังหวัดนครศรีธรรมราช และสงขลา นาปี 2553/54 มีพื้นที่ปลูกข้าว 300,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 120,000 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 500 กิโลกรัม
นายวสันต์ กล่าวอีกว่า จากสภาวะน้ำท่วม ทำให้นาข้าวเสียหายไป 23,089 ไร่ เหลือประมาณ 270,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยน่าจะลดลงกว่า 500 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะสถานการณ์ฝนตกหนักจากสภาวะลานินา ที่ฝนตกต่อเนื่องในช่วงข้าวออกดอก ทำให้ข้าวติดเมล็ดลดลง ประกอบกับลมกระโชกแรง ทำให้ข้าวที่ออกรวงแล้วล้ม
สำหรับ ราคาคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหามาก หากในช่วงที่เก็บเกี่ยวฝนฟ้าเป็นใจ ไม่ตกต่อเนื่อง ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ได้ขึ้นทะเบียนประกันรายได้กับรัฐบาลแล้ว 19,600 ราย โดยราคาข้าวสังข์หยด น่าจะอยู่ที่เกวียนละ 20,000 บาท ข้าวเล็บนก คงจะอยู่ที่ 14,000 บาท ส่วนข้าวอายุสั้น น่าจะอยู่ที่ 8,000 บาท
อย่างไรก็ตาม หากสภาวะลานินา ลากยาวไปจนถึงกลางปี น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของชาวนาพัทลุง เพราะการเก็บเกี่ยวข้าวคงทำได้ยาก โดยเฉพาะข้าวที่ล้ม ปริมาณข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ก็ลดลง คุณภาพของผลผลิต ก็คงลดลง รวมถึงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ก็แทบจะทำไม่ได้ ต้องยอมขายข้าวสด ในราคาต่ำลง







