
การเมืองชักใยแบ่งเค้กโทรคมฯแสนล้าน
ความคืบหน้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้อำนาจการเมือง โดยโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของหน่วยงานรัฐ ทีโอที กับ กสท โทรคมนาคม ที่อยู่ใต้เงาการเมืองคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ในการชิงผลประโยชน์โทรคมนาคมกว่า 2 แสนล้านบาทโครงการเกิดได้สำเร็จในพริบตา
ความคืบหน้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้อำนาจการเมือง โดยโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของหน่วยงานรัฐ ทีโอที กับ กสท โทรคมนาคม ที่อยู่ใต้เงาการเมืองคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ในการชิงผลประโยชน์โทรคมนาคมกว่า 2 แสนล้านบาทโครงการเกิดได้สำเร็จในพริบตา
ในที่สุดไทยก็ได้เห็นความคืบหน้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี หลังจากที่ต้องผิดหวังจากกรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. ไม่สามารถเปิดประมูลใบอนุญาต(ไลเซนส์) โทรศัพท์ระบบ 3จี ได้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่า กทช.ไม่มีอำนาจออกไลเซนส์3จี เป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ในส่วนของ กสทช.นั้น เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งแต่งตั้งให้นายจตุรงค์ ปัญญาดิลกปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานสรรหากรรมการ กสทช. โดยเปิดรับสมัครบุคคลที่มีคุณสมบัติเข้ารับสมัครคัดเลือกวันที่ 2-8 มี.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าอีกด้านของ 3จีในไทยขณะนี้ ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้อำนาจการเมือง โดยโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของหน่วยงานรัฐ ทีโอที กับ กสท โทรคมนาคม ที่อยู่ใต้เงาการเมืองคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ในการชิงผลประโยชน์โทรคมนาคมกว่า 2 แสนล้านบาทโครงการเกิดได้สำเร็จในพริบตา
ไม่ว่าจะเป็นการที่กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าไปซื้อกิจการบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดียหรือฮัทช์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ CDMA ภายใต้ชื่อ "ฮัทช์" มูลค่า6,300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำให้กลุ่มทรูฯ ที่เคยเป็น "เป็ดง่อย" ในวงการโทรคมนาคม จากสัญญาสัมปทานมือถือที่กำลังจะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า กลายเป็น "พยัคฆ์ติดปีก" เพียงชั่วข้ามคืน เพราะนั่นหมายความว่าทรูฯเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายแรกที่จะให้บริการมือถือ 3จี
การซื้อกิจการของฮัทช์นั้นเกิดขึ้นจากการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ของเจ้าของสัมปทานอย่างบริษัทกสท โทรคมนาคม ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา และหาช่องโหว่ต่างๆ เพื่อให้ดีลนี้สำเร็จให้ได้ ทั้งนี้เพราะกลุ่มทรูฯ นั้นหากมองให้ลึกก็คือกลุ่มซีพี ที่มีสายสัมพันธ์อย่างล้ำลึกกับพรรคประชาธิปัตย์
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ มองว่า การที่ทรูฯ เข้าซื้อกิจการของฮัทช์ครั้งนี้ สมควรที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ต้องเข้ามาตรวจสอบบริษัท กสทฯ ที่เปิดทางให้กลุ่มทรูฯ เข้าซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือฮัทช์ อย่างมีเงื่อนงำและรวบรัดผิดปกติ
"สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เหตุใด กสทฯ จึงสรุปให้เอกชนรายนี้ ซึ่งน่าสังเกตว่าเป็นรายที่กำลังจะหมดอายุสัมปทาน ทั้งๆ ที่มีหลายรายแสดงความจำนงเข้ามา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่เป็นธรรมอย่างมาก" นายสมเกียรติ กล่าว
ขณะที่ผู้ให้บริการอีกรายอย่างเอไอเอสที่เป็นเอกชนที่รัฐบาลมองว่าเป็น "เสี้ยนหนาม" เก่าแก่ของตระกูลชินวัตร ก็กำลังถูกไล่บี้อย่างหนัก ล่าสุดนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานคณะกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ทีโอที บอกว่า มติบอร์ดเมื่อวันที่ 28 ม.ค. มีมติให้ร่างหนังสือ 2 ฉบับส่งถึงเอไอเอส เพื่อขอให้นำเงินรวม 73,812.57 ล้านบาท พร้อมอัตราดอกเบี้ย 7.5% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% มาจ่ายให้ทีโอทีภายในวันที่ 15 ก.พ. 2554 หากเอไอเอสไม่ดำเนินการ และเพิกเฉยการชำระเงิน ทีโอทีจะดำเนินการตามกฎหมายยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าเสียหาย ก่อนคดีจะหมดอายุความในวันที่ 26 ก.พ.2554
นี่คือการแสดงออกของรัฐบาล อาจถูกมองได้ว่าเป็นการไล่ต้อนเอกชนในปีกที่ถูกมองไม่ใช่มิตรเรื่องนี้เอไอเอสยืนยันจะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการของอนุญาโตตุลาการ เพื่อขอความเป็นธรรมเพราะการแก้สัญญาทุกครั้งผ่านบอร์ดทีโอที
ส่วนเอกชนอีกรายที่ได้ดี คือ กิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอร์เตียม ประกอบด้วย บริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น ล็อกซเล่ย์ หัวเว่ย เทคโนโลยี และโนเกีย-ซีเมนส์ ที่เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการ 3จี ทีโอที ด้วยการเสนอราคา 16,290 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 6.59% เฉือนกิจการร่วมค้า เอยู คอนซอร์เตียม ประกอบด้วย บริษัทยูคอม อินดัสเตรียล บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี และบริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น ที่เสนอราคา 16,777 ล้านบาท ไปครองตามคาด
หากมองในบริษัทที่อยู่ในกิจการร่วมค้าเอสแอลฯ จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มสามารถฯ เป็นโต้โผใหญ่ ซึ่งกลุ่มสามารถฯ นี้คือเอกชนที่มีสายสัมพันธ์เหนียวแน่นกับเนวิน ชิดชอบ ตัวจริงเสียงจริงของรัฐบาลยุคนี้ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเอสแอลฯถึงได้เข้ามามีบทบาทในระบบ 3จี ทีโอที และกำลังก้าวเป็นผู้ให้บริการ 3จี ต่อไปในอนาคต ในลักษณะเอ็มวีเอ็นโอต่อไป โดยวันรู้ผลชนะประมูลหุ้นบริษัท ล็อกซเล่ย์ ดีดรับข่าวดี ปิดที่ 2.76 บาทบวก 0.14 บาท หรือ 5.34% ส่วนกลุ่มสามารถฯดีดขึ้นยกแผง 3 บริษัท นำโดยบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น ปิดที่ 9 บาท พุ่งขึ้น 0.80 บาท คิดเป็น 9.76% แต่เอไอเอสที่โดนข่าวลบ ถูกถล่มไปลึกถึง 78.50 บาท ก่อนมีแรงไล่ซื้อมาปิดที่ 80.25 บาท ติดลบเพียง 0.25 บาท







