
โลกมองไทย
บทเรียนจากประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยในอดีตช่วง 34 ปีให้หลังที่ผ่านมา ทำให้สายตาทุกคู่ไม่สามารถละเลยความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ผู้แทนตัวเองว่าเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ซึ่งเริ่มต้นการประท้วงอย่างสงบ แต่วุ่นวายบริเวณด้านนอกทำเนียบรัฐบาลเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาไปได้
บลูมเบิร์กรายงานว่า การชุมนุมดังกล่าวมีสาเหตุมาจากกรณีความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา แม้ตำรวจจะวางกำลังรักษาความปลอดภัยไว้อย่างหนาแน่น แต่ตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยงและความมั่นคงมองว่า ตำรวจไทยยังไม่มีทักษะเพียงพอที่จะรับมือกับม็อบเหล่านี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตำรวจยังไม่สามารถใช้อำนาจกำลังเข้าจัดการควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่เด็ดขาด ส่งผลให้บ่อยครั้งผลลัพธ์ที่ออกมาคือการประท้วงที่ลุกลามบานปลายเกินควบคุม
ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังจับตามองดูท่าทีต่อไปของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง เนื่องจากข้อเรียกร้อง 3 ข้อที่ร้องขอจากรัฐบาลไทยได้รับการตอบรับกลับมาแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ และไม่สามารถลงมือทำได้
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า แกนนำคนสำคัญของกลุ่มอย่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้ประกาศข่มขู่รัฐบาลออกมาแล้วว่า ถ้ารัฐบาลยังคงมีท่าทีเฉยเมยไม่ตอบรับคำขอ ทางกลุ่มผู้ประท้วงยินดีที่จะเดินลุยหน้าเข้าไปพบอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงในทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอคำตอบต่อหน้าในเร็ววัน
ตามความคิดเห็นของสำนักข่าวซินหัว สัญญาณดังกล่าวไม่ต่างกับสัญญาณสั่งให้บุกยึดทำเนียบรัฐบาล และปิดสนามบินนานาชาติทั้งสองแห่ง เมื่อปี 2551 ที่ทางกลุ่มเคยลงมือกระทำมาแล้ว ในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนต้องลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
การประท้วงเริ่มเข้าสู่วันที่สาม ท่ามกลางเค้าลางแห่งความยืดเยื้อ







