
ชวรัตน์ยอมรับป้องกันโจรใต้ก่อเหตุยาก
มท1.มึนโจรใต้ บึ้มหน่วย อส.ยะลา ระบุคนร้ายอยู่ที่มืด ด้านรักษาการ เลขาฯ ศอ.บต.เชื่อ เหตุก่อความไม่สงบดีขึ้นเกินครึ่ง
มท1.มึนโจรใต้ บึ้มหน่วย อส.ยะลา ระบุคนร้ายอยู่ที่มืด ด้านรักษาการ เลขาฯ ศอ.บต.เชื่อ เหตุก่อความไม่สงบดีขึ้นเกินครึ่ง
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดรถของคณะอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ระหว่างกลับจากการรักษาความปลอดภัยครูบ้านท่าสาป จ.ยะลา ว่า ถือเป็นเรื่องลำบากที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร แต่ก็พยายามจะพยายามระวังอย่างดีที่สุด เพราะอีกคนอยู่ในที่มืด แต่อีกคนอยู่ในที่สว่าง ดังนั้น ก็ต้องระวังให้มากที่สุด ส่วนการช่วยเหลือนั้นก็ต้องทำตามระเบียบ
นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่นั้น สถิติการก่อความรุนแรงในรอบปีลดลงไปกว่าครึ่ง ขณะเดียวกันเรื่องความสูญเสียก็มีอยู่ในระดับหนึ่งซึ่งยังต้องควบคุม ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล เช่นมี พ.ร.บ.ศอ.บต การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นำร่องที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี รวมถึงการควบคุมตัวผู้ก่อความไม่สงบค่อนข้างชัดเจน อีกทั้งคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็คลี่คลายด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ฝ่ายกลุ่มก่อความไม่สงบเพลี่ยงพล้ำทำให้ต้องตอบโต้
“การปล้นปืนที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เทียบกับการปล้นปืนเมื่อปี 2547 นั้น วันนี้มีความแตกต่างกันมาก เพราะเราสามารถรู้ตัวคนร้าย มีการติดตามตัวตามเบาะแสที่ชาวบ้านแจ้งเข้ามา เข้าใจว่าจะมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีบางคนสารภาพแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่ถูกปล้นไปกว่า 5 พันกระบอกน่าจะได้คืนมากกว่าที่ถูกปล้นไปเมื่อปี 2547” นายภาณุ กล่าว
เมื่อถามว่า มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการยิงถล่มฐานปฏิบัติการ นายภาณุ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับชุมชนค่อนข้างดี จึงทำให้กลุ่มที่เข้ามาก่อเหตุส่วนใหญ่มีการเปิดหน้า แสดงว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่มีบางส่วนเท่านั้นที่มีการปิดหน้าที่เป็นคนในพื้นที่







