
นักวิชาการจวกประชาวิวัฒน์ก่อหนี้แฝงหมื่นล้าน
นักวิชาการรุมจวกนโยบายประชาวิวัฒน์ ชี้สร้างภาระงบประมาณแฝงนับหมื่นล้านบาท แถมเป็นนโยบายหน้าใหญ่ไม่ยั่งยืน แทรกแซงกลไกตลาดช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม
นักวิชาการรุมจวกนโยบายประชาวิวัฒน์ ชี้สร้างภาระงบประมาณแฝงนับหมื่นล้านบาท แถมเป็นนโยบายหน้าใหญ่ไม่ยั่งยืน แทรกแซงกลไกตลาดช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม
นายณัฎฐพงศ์ ทองภักดี ผอ.ศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวอภิปรายเรื่อง "ประชานิยม ประชาวิวัฒน์ ผลต่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและฐานะทางการคลัง" ว่า ภาระงบประมาณแฝงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนับหมื่นล้านบาท มิได้เป็นไปตามที่รัฐบาลระบุไว้ว่าจะใช้งบประมาณ 9 พันล้านบาท โดยเฉพาะภาระการอุดหนุนก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง หรือโครงการบ้านมั่นคงที่จะใช้งบ 3 พันล้านบาทอาจประสบปัญหาความล้มเหลวคล้ายบ้านเอื้ออาทร
ทั้งนี้นโยบายปฏิรูป 4 ด้านของรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลไม่มีเงิน กล่าวคือ เป็นนโยบายหน้าใหญ่แต่แท้จริงแล้วไม่มีงบประมาณ เป็นนโยบายที่ไม่ยั่งยืนและไม่ได้เป็นการการกระจายความเป็นธรรมอย่างแท้จริง แต่ควรปฏิรูปเชิงโครงสร้างการผลิต คือการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคอตุสาหกรรมขั้นสูง การดูแลสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การปฏิรูปการศึกษาและเทคโนโลยี เป็นต้น
"ประชาวิวัฒน์เป็นกรอบความคิดแบบแคบๆ เช่น การอุ้มก๊าซแอลพีจี หรือ การลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ ซึ่งรัฐบาลกลับไม่เข้าใจระบบ แต่กลับไปทำอะไรที่ฝืนกลไกตลาดและเกิดการบิดเบือนราคาหรือต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ซึ่งแท้จริงภาครัฐควรส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมมากกว่า"นายณัฏฐพงศ์ กล่าว
นายวิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า นโยบายประชาวิวัฒน์ เป็นนโยบายส่งเสริมการบริโภคและช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น การให้สินเชื่อที่ควรเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มได้เข้าถึงเพื่อกำหนดอนาคตตัวเองในการประกอบอาชีพ มิใช่ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่หรือหาบเร่แผงลอย ดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิรูปเชิงโครงสร้างปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะการปฏิรูปที่ดินที่ต้องทำให้มีต้นทุนต่ำเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนจน
ดังนั้นนโยบายรัฐบาลเป็นนโยบายปฏิสังขรณ์มากกว่าปฏิรูป ที่เน้นการสร้างเศรษฐกิจเติบโตระยะสั้น แต่จะมีปัญหาภาระงบประมาณในระยะยาว ดังนั้นหากจะปฏิรูปต้องเน้นการปฏิรูปภาคเกษตรที่เป็นพื้นฐานอันเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยเพราะทั้งพืชพลังงานและอาหารสร้างรายได้แก่เกษตรกร ดังนั้นหากเกษตรกรอยู่ดีกินดีจะนำไปสู่การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ แทนการพึ่งพารายได้จากการส่งออกเพียงอย่างเดียวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ขณะที่ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นโยบายประชาวิวัฒน์อุดหนุนราคาก๊าซแอลพีจี ภาคครัวเรือนที่ควรจะใช้ระบบแจกคูปองไปพร้อมกับใบเสร็จการใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ตามบ้านเรือนที่ยากจนจริงๆ อีกทั้งควรเลิกอุดหนุนราคาก๊าซภาคขนส่งและอุตสาหกรรม พร้อมกับเลิกกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซล 30 สต.ต่อลิตร เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณในอนาคต







