
กษิตซัดอย่าดึงเรื่องต่างประเทศมาเป็นเครื่องมือการเมือง
กษิตย้ำอย่าเอาความสัมพันธ์ต่างประเทศมาเป็นเครื่องมือการเมืองภายใน ลั่นไม่เห็นด้วยข้อเรียกร้องพันธมิตรฯให้ฉีกเอ็มโอยู43
กษิตย้ำอย่าเอาความสัมพันธ์ต่างประเทศมาเป็นเครื่องมือการเมืองภายใน ลั่นไม่เห็นด้วยข้อเรียกร้องพันธมิตรฯให้ฉีกเอ็มโอยู43
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมานายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ @kasitpirom ว่า “เราอย่าเอาเรื่องต่างประเทศ หรือความสัมพันธ์สองฝ่ายมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองภายใน มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถ้าจะสู้กันต้องสู้กันในเรื่องนโยบาย หน้าที่ของผมคือ เสริมสร้างความสัมพันธ์ ไม่มีหน้าที่ทำสงครามครับ
"ผมขอรับประกัน 100% จะไม่มีการเสียดินแดน ตราบใดที่การเจรจายังไม่เสร็จ ก็ไม่มีการเสียดินแดน เราไม่ควรทำอะไรด้วยอารมณ์ ขึงขังก็ยกทัพโยธามันก็ทำได้ง่าย แต่การบริโภคในกัมพูชาประมาณ 60-70% ใช้สินค้าไทย ผู้ประกอบการคนไทยได้รับความเสียหาย พม่าโดยเฉพาะในรัฐฉาน ในลาว ประเทศไทย บางส่วนของเวียดนามตอนเหนือ ประเทศจีนตอนใต้ รวมไปถึงรัฐอัสสัมของอินเดีย จะมีการใช้ “เชียง” นำหน้าชื่อเมือง ซึ่งมีวัฒนธรรมที่เหมือนกันคือ “งานสงกรานต์” เราจะจัดให้มีงานสงกรานต์ในชาติเหล่านี้ โดยมีเครือข่ายถ่ายทอดใน 4-5 ประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน เพื่อเสริมความใกล้ชิด ส่งเสริมการท่องเที่ยว การทำมาค้าขาย และที่สำคัญคือการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภาพ เราจะทำสงกรานต์ด้วยกัน แต่ไม่ทำสงคราม"
ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกษิต ได้ให้สัมภาษณ์รายการ เนชั่นแชนแนลว่า กลุ่มการเมืองมีสิทธิอะไร ที่จะไปบอกว่า ต้องปิดพรมแดน ไม่ต้องทำมาค้าขาย ไม่ต้องให้นักท่องเที่ยวเขามาเที่ยว เพื่อที่จะเอาเขาให้อยู่หมัดให้ได้ เรื่องของการเสียศักดิ์ศรีหรือไม่ มันเป็นเรื่องของการตีความ การทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่สุขุมคัมภีรภาพและอดทน นั่นคือความเป็นศักดิ์ศรีของสังคมที่มีวัฒนธรรม มีความเป็นพุทธมานับพันปี
“ตัวผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร อะไรถูกต้องก็ต้องเอาเป็นหลัก ไม่ว่าจะอยู่บนเวทีพันธมิตรฯ หรือไม่อยู่บนเวทีพันธมิตรฯ ก็เป็นนายกษิตคนเดิม แต่จะให้ไปทำอะไรตามอำเภอใจของแกนนำพันธมิตรฯ ก็ต้องขอตอบปฏิเสธว่าไม่เห็นด้วย ไม่เอากับนโยบายของการฉีกเอ็มโอยู 43 และถอนตัวเองจากคณะกรรมการมรดกโลก เราเองก็มีบัญชีรายชื่อสถานที่ วัดวาอาราม โบาราณสถาน ความสวยงามทางธรรมชาติ ที่จะขอเข้าไปบรรจุในบัญชีมรดกโลกอีกมากมาย"นายกษิตกล่าว
นายกษิตกล่าวว่า การเอาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มาเล่นการเมืองภายใน เอาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมายุ่งกับการเมืองไทย วิสัยอุปนิสัยใจคอของคนไทยไม่น่าจะเป็นแบบนี้ เรามีความคิดต่างความเห็นต่างได้ แต่ดึงเอาประเทศที่สามเข้ามาเป็นวาระของการเมืองภายในมันสร้างความสับสน สร้างความแตกแยก ภายในสังคมไทยเอง และก็ทำให้เราต้องทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อนบ้านไม่จบไม่สิ้น







