
ซื้อสินค้าอย่าลืมดูฉลากโลกร้อน
ซื้อสินค้าครั้งต่อไปอย่าลืมสังเกตฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เลือกซื้อสินค้าที่ปล่อยก๊าซน้อยที่สุด เท่านี้คนธรรมดาก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว....
ซื้อสินค้าครั้งต่อไปอย่าลืมสังเกตฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เลือกซื้อสินค้าที่ปล่อยก๊าซน้อยที่สุด เท่านี้คนธรรมดาก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว....
โดย...วิทยา ปะระมะ
โลกร้อนแล้วไง? คนธรรมดาอย่างเราจะช่วยโลกอย่างไรได้บ้าง?
นี่อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเวลาได้ฟังข่าวคราวโลกร้อนผ่านสื่อและนักวิชาการ ด้วยว่าภาวะโลกร้อนดูเป็นเรื่องใหญ่โตที่ต้องอาศัยความร่วมมือระดับประเทศในการแก้ปัญหา พลโลกตัวเล็กๆต่อให้ขยันปลูกต้นไม้ ลดการใช้ไฟฟ้าหันมาปั่นจักรยานแทนรถยนต์แต่ถ้าอุตสาหกรรมข้ามชาติและโรงงานทั้งหลายยังเผาผลาญทรัพยากรแบบไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม แล้วสิ่งที่คนธรรมดาอย่างเราทำๆไปจะมีประโยชน์อะไร?
การใช้กลไกตลาดเลือกซื้อหรือไม่ซื้อสินค้า น่าจะเป็นอีกเครื่องมือที่คนธรรมดาใช้สั่งสอนบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ไม่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมได้อีกทาง
“จิตติ มังคละศิริ” นักวิจัยประจำห้องปฏิบัติการประเมินวัฏจักรชีวิต ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่าขณะนี้ประเทศแถบยุโรปเริ่มมีฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงให้ผู้บริโภคทราบแล้วว่าสินค้าแต่ละชนิดมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระหว่างการผลิตไปเท่าใด (หน่วยวัดคือ CO2 หรือ carbon dioxide equivalent) ขณะที่ฝรั่งเศสถึงขั้นจะออกกฎหมายกำหนดให้ต้องติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ภายในเดือน ก.ค. ปีนี้กันเลยทีเดียว
ที่สำคัญในปี 2555 จะมีการประกาศใช้มาตรฐาน ISO10467 ซึ่งมีข้อกำหนดว่าบริษัทที่จะได้ ISO ตัวนี้ต้องติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์อีกด้วย
“มันเป็นการสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรงสำหรับคนที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมที่จะเลือกซื้อสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย เป็นการก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) อีกทางหนึ่งผู้ผลิตก็จะได้ทราบว่าแต่ละขั้นตอนการผลิตมีการปล่อยก๊าซไปมากน้อยแค่ไหนและต้องปรับปรุงที่จุดใด ในมุมหนึ่งมันก็คือการลดต้นทุนนั่นเอง”จิตติกล่าว
สำหรับประเทศไทยเองก็เริ่มมีผลิตภัณฑ์กว่า 60 ชนิดที่ติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์แล้ว เช่น มาม่าเส้นหมี่น้ำใส มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 375 กรัม เส้นหมี่อบแห้ง 1.9 กิโลกรัม เส้นก๋วยเตี๋ยวอบแห้ง 1.6 กิโลกรัม
ไก่ย่างซีพีเทอริยากิปล่อยก๊าซ 302 กรัม ข้าวหอมมะลิหงส์ทอง ปล่อยก๊าซ 22.9 กิโลกรัม ซีเล็คแกงเขียวหวานไก่ ปล่อยก๊าซ 521 กรัม อาหารเลี้ยงไก่เนื้อของเครือเบทาโกร ปล่อยก๊าซ 10.8 กิโลกรัม
แม้แต่ของขบเคี้ยวสำหรับสุนัขยี่ห้อ JerHigh สีแดงขนาด 80 กรัมก็ยังมีฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์บอกไว้ว่าปล่อยก๊าซ 268 กรัม
อย่างไรก็ตามด้วยความที่มาตรฐาน ISO10467 ยังไม่ประกาศใช้ จึงยังไม่มีตัววัดใดๆบอกว่าอัตรา CO2 เท่าใดที่ถือว่าสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ตัวเลขที่ติดบนฉลากจึงเป็นการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้บริโภครับทราบเท่านั้น
“แม้มาตรฐาน ISO ตัวนี้ยังไม่ประกาศใช้แต่เราก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนเพราะประเทศทางยุโรปค่อนข้างใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม และในอนาคตจะขยายไปถึงอเมริกาและญี่ปุ่น รวมทั้งอาจมีมาตรการกีดกันทางการค้าว่าต้องมีอัตรา CO2 เท่าใดถึงจะส่งเข้าไปขายในตลาดเหล่านี้ได้ การที่ไทยมีฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะทำให้มีประโยชน์ต่อการค้าระหว่างประเทศในอนาคต”จิตติกล่าว
ที่สำคัญมันเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบีบให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุดในกระบวนการผลิตเพื่อให้แข่งขันในตลาดได้
...ซื้อสินค้าครั้งต่อไปอย่าลืมสังเกตฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เลือกซื้อสินค้าที่ปล่อยก๊าซน้อยที่สุด เท่านี้คนธรรมดาก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว ...







