
24ชม.ระทึกก่อน2ฝ่ายร่วมทุบป้าย ที่นี่ประเทศไทย-ที่นี่กัมพูชา
...เสริมพงษ์ ทองสัมฤทธิ์
สถานการณ์บนชายแดนบริเวณปราสาทพระวิหารร้อนระอุตลอดคืนวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ทหารที่อยู่แนวรบทุกนายได้รับคำสั่งให้เตรียมความพร้อม 100% และให้ขึ้นลำกล้องอาวุธประจำกายพร้อมเปิดฉากสู้รบกับทหารกัมพูชา
จนกระทั่งเวลา 12.15 น. ของวันที่ 26 ม.ค. ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลงภายหลังจาก พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี พร้อมกำลังทหารจำนวนหนึ่งกลับจากเดินทางขึ้นเขาไปวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งเป็นวัดไทยและอยู่ใกล้กับปราสาทพระวิหาร เพื่อเจรจากับ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก ผู้บัญชาการทหารของกัมพูชา ที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหารตั้งแต่เช้าวันเดียวกัน ทั้งนี้ผลเจรจาได้ข้อสรุปว่าทั้งสองฝ่ายทุบทิ้งป้าย
“ที่นี่ประเทศไทยที่นี่กัมพูชา” พร้อมๆ กันเวลา 12.15 น.ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาสร้างป้ายประณาม ทหารไทยว่า
“ที่นี่เป็นสถานที่ที่ไทยรุกราน” เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2551 แล้วถอนกำลังออกไปเมื่อเวลา 10.30 น. ในเช้าวันที่ 1 ธ.ค. 2553 ที่บริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ และต่อมาได้เปลี่ยนป้ายโดยระบุชัดเจนยิ่งขึ้นว่า “ที่นี่กัมพูชา” ขณะเดียวกันทางกองกำลังฝ่ายไทยก็ได้ติดตั้งป้ายระบุเช่นกันว่า “ที่นี่ประเทศไทย” อยู่ติดกันทำให้สถานการณ์บนชายแดนพระวิหารตึงเครียดขึ้นมาทันทีพล.ท. ธวัชชัย กล่าวว่า ขณะนี้ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หลังจากเดินทางไปเจรจากับผู้นำทหารกัมพูชา และได้ขอให้ถอดป้ายประท้วงทหารไทยซึ่งทางกัมพูชาก็ยอมทุบป้ายทิ้งไปแล้ววานนี้ โดยการเจรจาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อย่างไรก็ตามผู้นำทหารกัมพูชาปฏิเสธว่ามีการเปลี่ยนป้ายเป็นข้อความใหม่ หรือเปลี่ยนข้อความใหม่แต่อย่างใด
ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ออกมายืนยันว่า ทางการกัมพูชาได้นำป้ายที่มีข้อความกระทบต่อไทยออกทั้งหมดแล้วเมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 26 ม.ค. หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าเจรจากับผู้บัญชาการทหารของกัมพูชาที่รับผิดชอบในบริเวณดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสถานการณ์บริเวณชายแดนยังมีความตึงเครียด เนื่องจากทั้งทางไทยและกัมพูชาต่างมีการขยับกำลังทหาร แต่ก็เชื่อว่าผลจากการที่กัมพูชายอมปลดป้ายออกน่าจะช่วยทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้







