posttoday
คลอดสมาคมผู้ประกันตน ปลดแอกประกันสังคมเหลื่อมล้ำ

คลอดสมาคมผู้ประกันตน ปลดแอกประกันสังคมเหลื่อมล้ำ

26 มกราคม 2554

นักเคลื่อนไหวซึ่งได้รับผลกระทบจากระบบประกันสังคมที่เหลื่อมล้ำเตรียมตั้ง “สมาคมผู้ประกันตน” หวังปลดแอกความไม่เป็นธรรมที่ผู้ประกันตนได้รับ...

นักเคลื่อนไหวซึ่งได้รับผลกระทบจากระบบประกันสังคมที่เหลื่อมล้ำเตรียมตั้ง “สมาคมผู้ประกันตน” หวังปลดแอกความไม่เป็นธรรมที่ผู้ประกันตนได้รับ...

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน / วิทยา ปะระมะ

ผลเลิศหนึ่งที่ถูกเล็งไว้เป็นเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศไทยคือการลดช่องว่างลดความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในทุกองคาพยพให้น้อยลง โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินยุทธศาสตร์หลากหลายมิติ อาทิ วางโครงสร้างแผนปรองดองแห่งชาติ หรือกระทั่งนโยบายประชาวิวัฒน์ที่กำลังเขย่าสังคมอยู่ในขณะนี้

แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ กลับดูเหมือนความหวังอันสูงสุดยังคงเลือนลางและห่างไกลออกไป

ตลอดระยะเวลาร่วมเดือนที่ผ่านมา กระแสความเหลื่อมล้ำในระบบประกันสังคมถูกหยิบขึ้นมาวิพากษ์อย่างกว้างขวาง

ที่น่าสนใจคือการฉายภาพความเหลื่อมล้ำในระบบประกันสังคมจากมุมมองของ นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข 

นพ.พงศธร บอกว่า ประกันสังคมเป็นระบบหลักประกันสุขภาพเดียวที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายสมทบ แต่ได้สิทธิประโยชน์ที่น้อยกว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากว่าประชาชนอีก 48 ล้านคน ผู้ประกันตนควรตั้งคำถามกับรัฐบาลและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่าทำไมเป็นคนกลุ่มเดียวในประเทศที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ตัวเองมีสิทธิรักษาพยาบาล และสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมกับผู้ประกันตนหรือไม่

คลอดสมาคมผู้ประกันตน ปลดแอกประกันสังคมเหลื่อมล้ำ นิมิตร

ล่าสุด นิมิตร เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เตรียมรวมกลุ่มนักเคลื่อนไหวซึ่งได้รับผลกระทบจากระบบประกันสังคมที่เหลื่อมล้ำ จัดตั้งเป็น “สมาคมผู้ประกันตน” หวังปลดแอกความไม่เป็นธรรมที่ผู้ประกันตนได้รับ และพัฒนาสิทธิประโยชน์ 6 ด้านให้มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ประกันตน

นิมิตร อธิบายว่า ได้หารือกับกลุ่มภาคประชาชนเครือข่ายต่างๆ อาทิ คณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชาติ เครือข่ายผู้ติดเชื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม เครือข่ายสลัม ไปแล้ว 2 ครั้ง ทั้งหมดเห็นชอบหลักการ 3 ข้อ คือ 1.ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเป็นคนกลุ่มเดียวที่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเองอยู่ 2.ได้รับสิทธิบริการที่ด้อยคุณภาพกว่าระบบอื่น 3.ควรจะใช้เงินสมทบที่จ่ายอยู่ในขณะนี้ไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านอื่น จึงมีมติที่จะตั้งสมาคมผู้ประกันตนขึ้น

“สังคมจะได้รู้ว่าเราจะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่นำปัญหามาบ่นไปบ่นมาเหมือนก่อน” แกนนำผู้จัดตั้งสมาคมยืนยัน

สำหรับแนวทางการเคลื่อนไหวของสมาคมคือ จะเดินหน้าให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ผู้ประกันตน จัดทำตารางเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์และความเหลื่อมล้ำต่างๆ ออกเผยแพร่ พร้อมกันนี้จะเข้าเรียกร้องกับภาครัฐ สปส. ด้วยการทำจดหมายเปิดผนึกชี้แจงข้อเรียกร้องต่างๆ รวมทั้งอาจมีการนัดกลุ่มคนจำนวนมากเดินทางไปเรียกร้องในสถานที่ต่างๆ

ทั้งนี้ผู้ก่อตั้งสมาคมผู้ประกันตนเตรียมเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป

“เราไปที่นั่นเพราะต้องการเชิญชวนให้ผู้สื่อข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกันตนเข้าใจข้อมูล และเข้าร่วมกับสมาคมของเรา เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเอง” ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ระบุ 

ขณะที่อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล วิทยาดิลกรัตน์ วิเคราะห์ว่า ปัญหาของขบวนการแรงงานที่อ่อนแอและไม่มีพลังในการเรียกร้องสิทธิมีด้วยกัน 3 ประการ คือ 1.ขบวนการแรงงานถูกกฎหมายตีกรอบให้แคบ ปัจจุบันมีประชากรในวัยทำงานกว่า 35 ล้านคน แต่ที่เป็นลูกจ้างมีไม่ถึง 10 ล้านคน ในจำนวนนี้มีแค่ 3% ที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน การเรียกร้องต่างๆ จึงกลายเป็นคนส่วนน้อย ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่อยู่นอกระบบจึงไม่สามารถตั้งสหภาพได้

2.สังคมไทยยังมีกลิ่นอายของสังคมศักดินาอยู่ เช่น เมื่อตัวแทนแรงงานได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการต่างๆ อาทิ คณะกรรมไตรภาคี โอกาสที่จะกลายเป็นขุนนางแรงงานมีแนวโน้มประนีประนอมกับรัฐก็มีสูงขึ้น

“ส่วนใหญ่แล้วคนงานจะมีการศึกษาไม่สูงนัก นึกภาพว่าวันดีคืนดีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอะไรสักอย่าง ได้ใส่สูท ก็อาจทำให้จุดยืนเปลี่ยนแปลงไป” อาจารย์แลเทียบเคียง และวิพากษ์ต่อว่า 3.ฝ่ายทุนมีความสามารถในการปรับตัวสูง เช่น หากถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบลูกจ้าง ฝ่ายทุนก็จะมีเรื่องสวัสดิการหรือกิจกรรมแรงงานสัมพันธ์เกิดขึ้น ทำให้ความแหลมคมในการต่อสู้ลดลง

สำหรับการตั้งสมาคมผู้ประกันตนนั้น อาจารย์แล มองว่า ฐานของการต่อสู้อยู่ที่สหภาพแรงงานมากกว่า ผู้ประกันตนก็คือคนที่เป็นลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างเข้มแข็งก็ไม่จำเป็นต้องมีสมาคม ส่วนตัวเชื่อว่ารูปแบบสมาคมจะทำงานได้ดีกับกลุ่มลูกจ้างที่ไม่มีสหภาพแรงงาน แต่ถ้ามีสหภาพแรงงานก็ควรผลักดันข้อเรียกร้องผ่านช่องทางนี้มากกว่า

“ถ้าสหภาพแรงงานรวมตัวกันได้จะมีการทุ่มเททรัพยากรและมีข้อเรียกร้องที่เป็นเอกภาพ ฉะนั้นทางที่ดีต้องให้การศึกษาแก่แรงงานให้รู้เท่าทันในเรื่องสิทธิ แต่รัฐบาลกลับไม่เคยให้การศึกษาว่าแรงงานมีสิทธิที่จะรวมตัวต่อรอง และสิทธิในการตั้งสหภาพ เมื่อแรงงานไม่รู้ถึงสิทธิจึงตกเป็นเบี้ยล่างของผู้มีอำนาจเหนือกว่า” อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท