
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนวันนี้ยังอยู่ในวังวนของการเมืองที่ต้องติดตามควันหลงของการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ที่ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาวานนี้ ขณะที่ ภาคเศรษฐกิจนั้นได้พักตัวชั่วคราวทุกฝ่ายอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ มีแต่ตลาดหุ้นเท่านั้นที่ต้องติดตามว่าดัชนีจะติดลบเป็นวันที่ 3 หรือไม่หลังจาก 2 วันที่ผ่านมาติดลบไปกว่า 46 จุดแล้ว
1.แม้สภาผ่านร่างแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วาระที่ 2 ไปด้วยเสียง 343 : 205 แต่ประเด็นใหญ่ด้านการเมืองคงต้องจับตาไปยังท่าทีของแต่ละฝ่ายต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องเขตการเลือกตั้งและจำนวน สส. ว่าจะออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นนี้อย่างไร โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ยังมีเสียงถกเถียงกันถึงสูตรต่างๆ ที่เห็นไม่ลงตัว รวมถึงต้องมองให้ยาวไปยังขั้นตอนการรวมเสียงโหวตอีกครั้งในวาระ 3 อีก 15 วันข้างหน้า ที่กำลังจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม
2.อีกเรื่องที่ยังร้อนแรงต่อเนื่องคือ การจับกุมผู้ต้องสงสัยพร้อมระเบิดแสวงเครื่อง เมื่อวันที่ 24 ม.ค. บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมขยายผลไปสู่การจับกุมเพิ่มเติมและตรวจค้นพบอาวุธอีกจำนวนมาก เมื่อพบความเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ระเบิดก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นที่บิ๊กซีราชดำริ ซอยรางน้ำ และ จ.สมุทรสาคร จึงต้องจับตาว่าต่อจากนี้ไปเจ้าหน้าที่จะสามารถขยายผลเชื่อมโยงไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมหรือมีข้อมูลอะไรใหม่ออกมาหรือไม่
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามท่าทีจากแต่ละฝ่ายที่ถูกพาดพิง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง ว่าจะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไรต่อไป จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นหรือนำไปสู่ความปั่นป่วนรุนแรงตามมา
3.ความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปิดถนนราชดำเนินปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำตามข้อเสนอ 3 ข้อนั้น ก็ประมาทไม่ได้ ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าท่าทีและกิจกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนย้ายไปไหนในช่วง 12 วันนี้ ส่วนจะยืดเยื้อยาวนานหรือเลิกราไปในวันสองวันนี้ หรือจะมีเหตุการณ์ปั่นป่วน รุนแรงอะไรเกิดขึ้น คงต้องรอดูในช่วงวันสองวันนี้
4.เรื่องราวด้านเศรษฐกิจนั้นดูจะไม่คึกคักนัก ทุกอย่างแทบจะชะงัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะประชุมคณะกรรมการบริหาร เวลา 09.00 น. เพื่อหารือถึงแผนปี 25552559 โดยแผนกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศนั้นจะประกาศใช้แคมเปญ
“เที่ยวไทยหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน”ขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ก็จัดเสวนาเรื่อง ทิศทางเศรษฐกิจครึ่งปีแรกและแนวโน้มค่าเงินบาท โดยจะมีการคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกกับปัจจัยที่จะเข้ามากระทบ ที่ ส.อ.ท. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
5.นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะแถลงแนวทางการทำงานที่จะดำเนินการในปีนี้ว่า มีแผนงานอะไรบ้าง ให้ความสำคัญกับงานด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ ในหัวข้อ
“ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2554” ซึ่งต้องติดตามการบริหารนโยบายการเงินของ ธปท.ให้ดีว่าจะให้ความสำคัญกับ “เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าเงินบาท” อย่างไร เรื่องนี้ไม่เงี่ยหูฟังไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับปากท้องและการทำธุรกิจโดยตรง6.นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) จัดแถลงข่าว
“มิติใหม่เครดิตบูโรและแผนงานปี 2554” ในเวลา 13.30 น. ชาวบ้านทั่วไปที่ใช้เครดิตในการกู้เงินต้องติดตามว่าจะมีอะไรเกี่ยวพัน โดยปัจจุบันเครดิตบูโรมีฐานข้อมูลประวัติการขอสินเชื่อ 60 ล้านบัญชี ลูกหนี้กว่า 19 ล้านราย มีผู้ผิดนัดชำระเกิน 3 เดือน ถึง 5.5 ล้านบัญชี7.บล.บัวหลวง จัดสัมมนา
“การลงทุนพยากรณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนปีกระต่าย” โดยมีกูรูเศรษฐกิจและนักธุรกิจใหญ่ อาทิ นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ และนายบุญเกียรติ โชควัฒนา เจ้าสัวเครือสหพัฒน์ ร่วมวงเสวนาว่าเศรษฐกิจไทยจะไปไกลถึง 45% หรือไม่ ต้องไปฟัง ที่สำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ชั้น 308.ช่วงหัวค่ำ 19.00 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษ
“ทิศทางเศรษฐกิจปี 2554” ซึ่งจัดโดยธนาคารกรุงไทย งานนี้มี นายดุสิตนนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ปาฐกถาเรื่อง “ปรับยุทธศาสตร์การค้ารับ ยุคทองของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ด้วย ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ






