
มติสภาผ่านร่างแก้รธน.ที่มาส.ส.
มติเสียงข้างมาก รัฐสภาเห็นชอบแก้ไขรธน.สูตรที่มาส.ส. 375+125 หลังถก11ชม. นัดลงมติวาระสาม 11 ก.พ. ด้าน ส.ส.เพื่อไทยประท้วงขู่เขวี้ยงรองเท้าใส่ "ชัย"
มติเสียงข้างมาก รัฐสภาเห็นชอบแก้ไขรธน.สูตรที่มาส.ส. 375+125 หลังถก11ชม. นัดลงมติวาระสาม 11 ก.พ. ด้าน ส.ส.เพื่อไทยประท้วงขู่เขวี้ยงรองเท้าใส่ "ชัย"
เมื่อเวลา 02.35 น.ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก 298 ต่อ 211 งดออกเสียง 35 ไม่ลงคะแนน 3 เสียงเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 ที่กำหนดให้มีส.ส.ระบบเขตเดียวเบอร์เดียว 375 คน และบัญชีรายชื่อ 125 คน ทั้งนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้นัดลงมติในวาระ 3 ว่าจะให้ความเห็นชอบให้ประกาศบังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันที่ 11 ก.พ.เวลา 10.00น.
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ใช้สิทธิออกเสียงในวาระ2จากเดิมที่ได้ประกาศไม่ร่วมออกเสียงตั้งแต่ในวาระที่ 1 และไม่เสนอชื่อสส.เข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สำหรับการอภิปรายในวาระ 2 ของร่างแก้ไขมาตรา 190 และมาตรา 93-98 ใช้เวลาทั้งสิ้น16 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 10:30น.ของวันที่ 25 ม.ค. โดยเพียงแค่การพิจารณาร่างมาตรา 93-98 ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง
เพื่อไทยรุมประท้วงอ้างร่างแก้รธน.ผิดข้อบังคับ
เมื่อเวลา 23.30 น. การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดความวุ่นวายเมื่อบรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้พากันลุกขึ้นเสนอให้นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ในฐานะประธานในที่ประชุม เลื่อนการประชุมออกไปประชุมต่อในวันที่ 26 ม.ค. เนื่องจากที่ประชุมใช้เวลาพิจารณาตลอดทั้งวันถึง 14 ชั่วโมงแล้ว และยังมีสมาชิกอีกหลายคนที่ต้องการอภิปรายอีก
ขณะที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอให้พักการประชุมแล้วให้ประธานไปศึกษาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ผิดข้อ บังคับที่ 86 หมวด 7 หรือไม่ เพราะข้อบังคับดังกล่าวระบุว่าการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้ระบุมาตราที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ในหลักการหรือเหตุผล แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าร่างของรัฐบาลทั้งวาระที่ 1 และ 2 ไม่มีการระบุมาตรา ถือว่าการพิจารณารัฐสภาทั้งวันผิดข้อบังคับ ดังนั้นประธานต้องนำเรื่องนี้มาทบทวน หากประธานไม่สามารถวินิจฉัยตอนนี้ได้ ก็ควรหยุดการประชุมและเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตีความได้ ขณะที่วิปรัฐบาล ได้แก้เกมด้วยการลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านการเลื่อนการประชุม
ทั้งนี้ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายนายประสพสุข ได้ยกข้อบังคับที่ 86 ขึ้นมาอ่านกลางที่ประชุมว่า การเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้ระบุมาตราที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ในหลักการหรือเหตุผล หรือไม่ก็ได้ ดังนั้น ตนขอวินิจฉัยว่าเรื่องดังกล่าวไม่ผิดข้อบังคับ
ต่อมาในเวลา 24.00 น. การประชุมยังเป็นไปอย่างดุเดือด หลังจากนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต่อจากนายประสพสุข โดยนายชัยยืนยันว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ผ่านกระบวนการของสภาอย่างถูกต้อง แต่หากยังสงสัยสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ จากนั้นได้ตัดบทให้สมาชิกอภิปรายต่อไป อย่างไรก็ตามบรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทยอาทิ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ได้ลุกขึ้นชูมือประท้วงพร้อมกับตะโกนเสียงดังเป็นที่วุ่นวาย
บรรยากาศดุเดือด "ชัย"ต้องเรียกรปภ.คุมสถานการณ์
นายชัย ถึงกับเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามารักษาความสงบ แต่บรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ฟัง แต่กลับยิ่งตะโกนประท้วงประธานในการควบคุมการอภิปราย จนนายชัย ต้องเรียกรปภ.กลับไปประจำอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุมเหมือนเดิม และเปิดให้นพ.ชลน่าน ใช้สิทธิประท้วงว่าประธานผิดข้อบังคับพรรคการรักษาความสงบในสภา โดยไม่ได้ทำตามขั้นตอน นายชัย ถึงกล่าวติดตลกว่า ก็เห็นว่ามีหลายคนจะถอดรองเท้า จึงต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาดูแล อีกทั้งยังเห็นมีผู้ประท้วงหลายคน กลัวว่าจะทะเลาะกัน จึงต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาดูแล ทำให้ส.ส.ในห้องประชุมพากันส่งเสียงหัวเราะ
สุชาติสบถคำหยาบ-ขู่ถอดรองเท้าเขวี้ยง
ในส่วนของนายสุชาติ ได้จับกลุ่มคุยกับส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมกับสบถด้วยถ้อยคำหยาบคายกลางห้องประชุมว่า ยกมือประท้วงกลับเรียกตำรวจมาจับ เป็นส.ส.แล้วยกมือประท้วงไม่ได้จะเป็นผู้แทนทำ เ–ย อะไร และคราวนี้จะไม่ถอดรองเท้ามาวางอย่างเดียว แต่จะเขวี้ยงจริง ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตามนพ.ชลน่าน ได้อภิปรายว่า ความจริงในการพิจารณาวาระแรก ตอนตั้งกรรมาธิการ ตนได้เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความปัญหาสัดส่วนกรรมาธิการ กรณีที่ไม่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยร่วมเป็นกรรมาธิการ ดังนั้นหากประธานยังยืนยันว่าไม่ผิดข้อบังคับที่ 86 จะยื่นทั้งสองประเด็นไปพร้อมกันเลย โดยใช้จำนวนเสียงแค่ 1 ใน 10







