
พธม.ลั่นปักหลักยืดเยื้อ-ไม่เจรจารัฐ
กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯปิดถ.ราชดำเนินนอก จำลองลั่นปักหลักยืดเยื้อจนกว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามข้อเสนอ 3 ข้อ ย้ำไม่เจรจาใดๆทั้งสิ้น แนะทหารโชว์แสนยานุภาพขู่เขมร
กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯปิดถ.ราชดำเนินนอก จำลองลั่นปักหลักยืดเยื้อจนกว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามข้อเสนอ 3 ข้อ ย้ำไม่เจรจาใดๆทั้งสิ้น แนะทหารโชว์แสนยานุภาพขู่เขมร
บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) มีผู้ร่วมชุมนุมทยอยเดินทางจากหลายจังหวัด อาทิ สมุทรสงคราม ลำปาง อุบล ฯลฯ เข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งเต๊นท์พักอาศัยอยู่บนฟุตบาตฝั่งทำเนียบรัฐบาลประตู 5 และฝั่งกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนินนอก ไปจนถึงแยกมิสกวัน และใช้รถบันทุกเครื่องขยายเสียงเป็นเวทมีปราศรัย
ทั้งนี้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศขอให้ผู้ร่วมชุมนุมช่วยกันบริจาคเงินให้แก่กองทัพธรรม เพื่อนำไปหุงหาอาหาร โดย พล.ต.จำลองกล่าวว่า จะไม่มีการเจรจากับรัฐบาลในการผ่อนปรนเกี่ยวกับการชุมนุม และจะปักหลักชุมนุมจนกว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตาม รวมทั้งยืนยันว่า จะชุมนุมอย่างยืดเยื้อ และปฏิเสธแนวทางการเจรจากับรัฐบาล เนื่องจากได้ยื่นข้อเสนอไปหลายครั้งก่อนหน้านี้แล้ว
แนะทหารโชว์แสนยานุภาพขู่เขมร
พล.ต.จำลองกล่าวว่า ที่นายกฯระบุว่า เหตุที่ไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องของพธม.เป็นเพราะอาจจะทำให้เกิดการรบกับกัมพูชานั้นเป็นเพียงข้ออ้างที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกกลัวเท่านั้น เพราะการผลักดันชาวกัมพูชาสามารถทำได้โดยการแสดงศักยภาพทางทหารเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรบจริงแต่อย่างใด เพราะอาวุธของไทยมีแสนยานุภาพสูงกว่ากัมพูชามาก กองทัพต้องแสดงแสนยานุภาพ ไม่ใช่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้อวดวันเด็กเท่านั้น แต่ควรปกป้องแผนดินบ้าง
"สำหรับกัมพูชาบอกเขาไปตรงๆเลยว่า ถ้าเราจะจัดการกับคุณชั่วโมงเดียวเรียบ ทำไมถึงไม่เอามาใช้ แต่ยอมทำไมยอมให้กัมพูชาขู่ ส่วนที่บอกว่ากลัวว่าจะเสียความสัมพันธ์นั้น อยากถามว่าระหว่างการเสียดินแดน กับการเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลจะเลือกอะไร ทำไมกัมพูชาถึงไม่กลัวเราบ้าง"พล.ต.จำลอง กล่าว
ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะโฆษก พธม. กล่าวว่า ประเทศไทยต้องใช้แสนยานุภาพทางทหารไปเจรจาต่อรองไม่ให้ไทยต้องเสียเปรียบแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่การแสดงแสนยานุภาพดังกล่าวจะสามารถทำให้กัมพูชาถอยออกจากพื้นที่และอาจจะนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ที่เป็นธรรมได้ แต่เอ็มโอยู 2543 กลับเป็นพันธนาการที่มัดแสนยานุภาพทางทหารให้หมดสิ้นไป ทำให้กัมพูชาเหิมเกริมมาก
"การแสดงแสนยานุภาพเคยเกิดขึ้นมาแล้วกรณีเขาพระวิหารปี 2548 ที่ทหารไทยได้ประกาศว่าจะดำเนินการปะทะเพราะเห็นว่ากัมพูชามีการสร้างถนนเกินกว่าขอบเขต จากบ้านโกมุยเพื่อจะสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร เพียงแค่ประกาศว่าจะรบและปะทะกัมพูชา ถอนชุมชนทั้งหมดเพียงครึ่งวัน นี่ยังไม่รบจริงด้วยซ้ำ แสดงว่า แสนยานุภาพทางทหารแค่มีมากกว่าไม่ปะทะจริงก็เกิดอำนาจต่อรองที่สูงกว่าแล้วในการเจรจา"นายปานเทพ กล่าว
ด้านการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่ชุมนุมปิดถนนพิษณุโลก ผู้ชุมนุม ได้แยกย้ายกันทำภารกิจ หุงหา อาหาร ขณะที่ บางส่วนยังคงปักหลักรับฟังการปราศรัยจากแกนนำ ซึ่งส่วนใหญ่เนื้อหาพูดคุยยังคงเป็นในส่วนของบริเวณพื้นที่พิพาทชายแดนไทยกัมพูชา โดยบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างเรียบร้อยส่วนรักษาความปลอดภัยโดยรอบทำเนียบใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ตำรวจสันติบาล ตำรวจภูธร ภาค 1,2,7 และตำรวจตชด.รวมทั้งสิ้น 24 กองร้อย
ขณะที่ฝั่งทำเนียบรัฐบาลได้นำลวดหนาม และแท่งคอนกรีตมากั้นที่ทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลทุกประตู และเพิ่มความเข้มงวดบุคคลเข้าออกทางทำเนียบรัฐบาลขณะที่การจราจรโดยรอบติดขัดอย่างหนัก
ตร.ปิดการจราจรถ.ราชดำเนิน-พิษณุโลกแนะใช้เส้นทางหลีกเลี่ยง
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศปิดการจราจรเส้นทางที่กลุ่มพันธมิตรฯได้ชุมนุมปิดการจราจร โดย ถ.ราชดำเนิน จะปิดการจราจรจากสะพานมัฆวานฯไปจนถึง แยกมิสกวัน ขณะที่ ถ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ต้องปิดการจราจรตั้งแต่ แยกมิสกวัน ไปจนถึง แยกพาณิชยการพระนคร
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แนะนำเส้นทางในการหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมดังนี้
1. ผู้ที่มาจากฝั่งธนบุรีให้วิ่งตรงไปยังแยกจักรพรรดิพงษ์แล้วเลี้ยวเข้า ถนนนครสวรรค์ ไปสนามม้านางเลิ้ง เพื่อไปยังยมราชได้ หรือไม่ตรงมาเลี้ยวซ้ายที่หลานหลวงวิ่งบัสเลนไปยมราช
2. ผู้ที่มาจากด่วนยมราชวิ่งถึงแยกพาณิชยการพระนคร เลี้ยวขวาทุกคันไปทางพระราม 5 เพื่อไปแยกวัดเบญจ และเลี้ยวซ้ายมาทางถนนศรีอยุธยา
พธม.โคราชร่วมชุมนุมมัฆวานฯ
นายสุพจน์ พิริยะเกียรติสกุล ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดนครราชสีมา นำกลุ่มผู้ชุมนุมจากอำเภอต่างๆ ประมาณ200คนเข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นศิริมงคล ก่อนออกเดินทางด้วยรถบัสโดยสารจำนวน 3 คัน และรถยนต์ส่วนตัวจำนวนหนึ่ง ไปสมทบกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในพื้นที่ชุมนุมที่กรุงเทพฯ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อกดดันรัฐบาลใน 3 ประเด็น คือ1.รัฐบาลต้องยกเลิกข้อผูกพันที่มีต่อแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน และ MOU43 2.ถอนตัวจากภาคีมรดกโลก 3.ผลักดันชาวกัมพูชาออกจากแผ่นดินไทย
นายสุพจน์ยืนยันว่า พันธมิตรโคราช จะร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลจนกว่าจะยอมทำตามขอเรียกร้อง และจะไม่ไม่ยอมเดินทางกลับหากยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
ปชป.เตือนเหลืองชุมนุมอย่านำประเทศสู่ความเสี่ยง
นายอรรถพร พลบุตร สส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กังวลกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลืองว่าผู้ชุมนุมของคนเสื้อแดงจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้นำ ที่มีความคิดเชิงเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและเป็นอันตรายต่อสถาบัน ซึ่งเรียกว่า “กลุ่มซ้ายหลงยุค”
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา แกนนำนปช. ชุดปัจจุบันเคยพยายามต่อสู้โค้นล้มอำนาจรัฐ และสถาบันด้วยปากระบอกปืนมาก่อนแต่ล้มเหลวและเสื่อมถอยลง วันนี้ความคิดยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง และใช้พลังมวลชนของกลุ่มผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเครื่องมือ ดังนั้น ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง
นายอรรถพร กล่าวอีกว่า ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเป็นสิทธิสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเรียกร้องรัฐบาลตามความเชื่อของเขา แต่สิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องใช้ความระมัดระวังคือ 1. ต้องไม่นำประเทศไปสู่ความเสี่ยงต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจมีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีก่อนขึ้น 2.ต้องไม่นำประเทศไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน และ3. ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่เคลื่อนไหวจนตกหลุมพรางและเป็นแนวร่วมมุมกลับของระบอบทักษิณโดยไม่รู้ตัว
***แผนที่แสดงพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่มเครือข่ายคนไทยรักชาติบริเวณข้างทำเนียบฯ***
หมายเหตุ
เส้นสีน้ำเงิน : กลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ชุมนุมตั้งเชิงสะพานชมัยมรุเชฐไปจนถึง แยกมิสกวัน
เส้นสีเหลือง : กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ไปจนถึงแยกมิสกวัน
เส้นสีเขียว : แนวแท่งกอนกรีต (กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ยืนรักษาความปลอกภัยตลอดแนว )
เส้นสีชมพู : แนวรั้วลวดหนาม
ประมวลภาพม็อบพันธมิตร







