
สำรวจเสียงรัฐบาล สูตร375+125แรง
ปัจจัยสำคัญว่า สูตรไหนจะเข้าป้าย ไม่ได้อยู่ที่เสียง สส.เพื่อไทย หรือ สว. แต่อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลเองต่างหากว่าจะยืนในหลักการสูตร 400+100 หรือไม่....
ปัจจัยสำคัญว่า สูตรไหนจะเข้าป้าย ไม่ได้อยู่ที่เสียง สส.เพื่อไทย หรือ สว. แต่อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลเองต่างหากว่าจะยืนในหลักการสูตร 400+100 หรือไม่....
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
หลังจากชักเย่อกันมาวันนี้ 25 ม.ค. จะได้รู้กันสักทีว่าสูตร สส.เขตเดียวเบอร์เดียว 375 คน และบัญชีรายชื่อ 125 คน จะผ่านการเห็นชอบในวาระ 2 หรือไม่ ก่อนที่จะไปชี้ขาดกันอีกครั้งในวาระ 3 ที่คาดว่า น่าจะมีขึ้นในวันที่ 9 หรือ 10 ก.พ. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ต้องเว้นการพิจารณาจากวาระ 2 ไปวาระ 3 จำนวน 15 วัน
ขั้นตอนการพิจารณาในวาระ 2 นี้ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากในการตัดสินว่าจะเห็นด้วยกับบทบัญญัติที่คณะกรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ ต่างกับวาระ 3 ที่กำหนดให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ในการตัดสินว่าจะเห็นชอบให้ประกาศบังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญหรือไม่
เสียงในรัฐสภาตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 625 คน แบ่งเป็นวุฒิสภา 150 คน สภาผู้แทนราษฎร 475 คน แบ่งเป็นประชาธิปัตย์ 172 คน เพื่อไทย 187 คน ภูมิใจไทย 33 คน เพื่อแผ่นดิน 31 คน ชาติไทยพัฒนา 25 คน รวมชาติพัฒนา 9 คน ประชาราช 8 คน กิจสังคม 5 คน มาตุภูมิ 3 คน และไม่สังกัดพรรค 2 คน (ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร สส.สระบุรี และนายจุมพฏ บุญใหญ่ สส.สกลนคร)
อย่างไรก็ตาม มี สส.ใหม่ 5 คนที่ยังไม่ได้|ปฏิญาณตน ซึ่งประกอบด้วยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย นายศุภรักษ์ ควรหา สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้น การโหวตลงคะแนน องค์ประชุมของ สส.ทั้งหมด จะเหลือ 470 คน และ สว. 150 คน รวมจะมีสมาชิกทั้งหมด 620 คนกึ่งหนึ่งคือ 310 คน
หากดูเสียงสนับสนุนสูตร 400+100 คน จะหนักไปทางพรรคร่วมรัฐบาล (ไม่นับพรรคประชาธิปัตย์) มีเสียงเพียง 106 คน เมื่อรวมกับ สส.สองคนดังกล่าวที่ไม่ได้สังกัดพรรค แต่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยมาตลอดก็ทำให้มีเสียงแค่ 108 คน
อย่างดีที่สุด 108 เสียงไปรวมกับ สว.เลือกตั้งและสรรหาบางส่วนที่พร้อมสนับสนุนอีกประมาณ 40-50 คน มากที่สุดพรรคร่วมรัฐบาลคงมีเสียงอยู่ที่ราว 160 เสียง
“สว.เลือกตั้งประมาณกว่า 50 คน หรือมากกว่านั้นยังมีความเห็นในแนวทางเดิมคือสนับสนุนสูตร 400+100 เพราะเหมาะสมตามหลักวิชาการ อธิบายต่อประชาชนได้และสร้างความปรองดองได้” เป็นท่าทีที่ออกมาจากนายนิคม ไวยรัชพานิช สว.ฉะเชิงเทรา ในฐานะประธานวิปวุฒิสภา
จากตัวเลขราว 160 เสียงนั้นยังน้อยกว่าเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยืนหลักในสูตร 375+125 และยังไม่นับรวม สว.กลุ่ม 40 ที่ประกาศหนุนสูตรนี้อีกหลายคน
ทว่าถึงนาทีนี้ ปัจจัยสำคัญว่า สูตรไหนจะเข้าป้าย ไม่ได้อยู่ที่เสียง สส.เพื่อไทย หรือ สว. แต่อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลเองต่างหากว่าจะยืนในหลักการสูตร 400+100 หรือไม่ เพราะขณะนี้พรรคร่วมเองเกิดอาการถอดใจ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยเริ่มส่งสัญญาณถอยให้เห็นแล้ว เพราะกลัวประชาธิปัตย์จะยุบสภา ซึ่งไม่มีผลดีต่อพวกเขา
แม้ที่ประชุมจะเลือกสูตร 375+125 คงดีกว่าการเลือกแบบเขตเดียว 3 คนเหมือนอย่างที่ผ่านมา เพราะรับได้กับระบบเขตเดียวเบอร์เดียว
ดังนั้น แนวโน้มสูตร 375+125 คงผ่านวาระ 2 ได้ไม่ยาก ทั้งนี้เพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของพรรคภูมิใจไทยกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์สมประสงค์กับตัวเลข 375+125 ในวาระ 2 ซึ่งเป็นการันตีแทบ 100% แล้วว่าวาระ 3 เสียงของรัฐสภาต้องมีมากกว่า 313 เสียง เพื่อสนับสนุนสูตร 375+125 เพื่อกรุยทางสู่การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในปลายปีนี้
ปัจจัยที่จะทำให้สูตร 400+100 เป็นจริงได้แค่ไหนต้องรอดูพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะใจถึงกล้ายืนในหลักการของตัวเองหรือไม่ ทั้งนี้เพราะพรรคเพื่อไทยพร้อมเทคะแนนหนุนสูตร 400+100 อยู่แล้ว







