
ปิดฉากจำนำข้าว"ภูมิธรรม“นำเงินเข้ารัฐ 272 ล้าน ชี้ความจริงมิใช่จินตนาการ
ภูมิธรรม ประกาศปิด ตำนานจำนำข้าว หลัง อคส. ได้ประกาศ 2 รายชื่อผู้ชนะประมูลล็อตสุดท้าย สามารถนำเงินเข้ารัฐได้กว่า 272 ล้านบาท ชี้ความจริงที่ปรากฎวันนี้ พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย มิใช่ “จินตนาการ”ที่ตั้งอยู่บน “อคติ” ย้ำประชาชนได้ประโยชน์
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Phumtham Wechayachai ปิดตำนานจำนำข้าว หลังจาก ทาง องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล ล็อตสุดท้าย โดยมีรายละเอียด เป็นขั้นเป็นตอน
ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่วันที่ผมได้ลงไปตรวจข้าวล็อตสุดท้ายในโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นนโยบายช่วยชาวนาของรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในสังคมจนกลายเป็น “จินตนาการเกินเลยความจริง”
วันนี้ “ความจริง” ที่ปรากฏ คือ ทาง อคส. ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการประมูลข้าว ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล สรุปได้ว่า
1.ข้าวในคลังบริษัทพูนผลเทรดดิ้ง จำกัด หลังที่ 4 ซึ่งมีข้าวจำนวน 3,356.592361 ตัน ผู้ชนะการประมูล บ.สหธัญ ให้ราคาเพิ่ม จาก 18.69 บาท เป็น 18.71 บาท ต่อ กก. มูลค่าเดิม 62,734,711.23 บาท เพิ่มเป็น 62,800,000 บาท
2.ข้าวในคลังกิตติชัย หลัง 2 ซึ่งมีข้าวจำนวน 11,656.654600 ตันผู้ชนะการประมูล บ.ทรัพย์แสงทองไรซ์ ให้ราคาเพิ่มจากเดิม 15.62 บาท / กก. มูลค่า 182,040,000 บาท เป็น 18.00 บาท / กก. มูลค่า209,819,083 บาท
สรุปรวมมูลค่าที่ขายได้นำเงินเข้ารัฐ รวม 272,619,083 บาท
จาก ”ความจริง”ของมูลค่าของข้าวล็อตสุดท้ายในโครงการรับจำนำข้าว ที่ปรากฎในวันนี้ ทำให้ผมอดที่จะจินตนาการย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วตั้งคำถามว่า ทำไมราคาประมูลขายข้าวในครั้งนั้นถึงมีราคาต่ำไม่ถึง 10 บาท/ กก ด้วยข้ออ้างว่าเป็นข้าวเน่า ที่ไร้การตรวจพิสูจน์
วันนี้ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีภาระหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องนี้ พยายามดำเนินกระบวนการทุกขั้นตอนให้เกิดประโยชน์กลับคืนสู่รัฐได้มากที่สุด ถือว่าเป็นการปิดตำนานจำนำข้าว ด้วย “ความจริง”ที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย มิใช่ “จินตนาการ”ที่ตั้งอยู่บน “อคติ” จนทำให้รัฐเสียประโยชน์มหาศาล
สำหรับการเปิดประมูลข้าวในโครงการรับจำนำข้าวอายุ 10 ปี ดำเนินการมานานนับตั้งแต่ "ภูมิธรรม เวชยชัย"รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เดินสายโรดโชว์จ.สุรินทร์ ถึง 2 รอบในช่วงเดือนเม.ย. เข้าตรวจสอบโกดังเก็บข้าวสารของ บจก.พูนผลเทรดดิ้งหลัง 4 อ.เมือง และคลังกิตติชัย หลัง 2 อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ข้าวหอมมะลิ 15,012 ตัน หรือ 145,590 กระสอบ ซึ่งเป็นข้าวที่เก็บไว้ในโกดังถึง 10 ปี ในโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และข้าวเป็นล็อตสุดท้ายของโครงการรับจำนำ ซึ่งการประกาศ 2 รายชื่อผู้ประมูลครั้งนี้ ถือเป็นการปิดโครงการรับจำนำข้าวลง
โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้ชาวนาสามารถนำผลผลิตมาแลกเป็นเงินได้ ซึ่งมีความพิเศษคือไม่จำกัดโควตาและกำหนดราคาไว้สูงกว่าราคาตลาด
แม้นโยบายดังกล่าวจะถูกวิจารณ์ในเรื่องความเสี่ยง แต่ก็มีชาวนาที่ได้รับผลประโยชน์และเป็นที่นิยมกันในยุคนั้น
เห็นได้จากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็ได้ออกนโยบายช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเป็นนโยบายประชานิยมเช่นกัน อาทิ แจกเงินไร่ละพัน จำนำยุ้งฉาง แต่นโยบายดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะซื้อใจชาวนาได้เหมือนกับการจำนำข้าว เพราะชาวนาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการขนข้าวให้เจ้าหน้าที่ตีราคา และต้องขนข้าวไปเก็บไว้ในยุ้งฉางของตนเอง







