posttoday
ทลายยาเสพติดเมืองกรุง อุปสรรคบนงานหิน

ทลายยาเสพติดเมืองกรุง อุปสรรคบนงานหิน

25 มกราคม 2554

เหน็ดเหนื่อยหนักกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดทะลักเข้ากรุงเทพฯ ที่นับวันหาซื้อได้อย่างง่ายดาย การมอมเมากำลังแทรกซึมเข้าไปทุกตรอกซอกซอย

เหน็ดเหนื่อยหนักกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดทะลักเข้ากรุงเทพฯ ที่นับวันหาซื้อได้อย่างง่ายดาย การมอมเมากำลังแทรกซึมเข้าไปทุกตรอกซอกซอย

โดย...ธนา บังผล

 

ทลายยาเสพติดเมืองกรุง อุปสรรคบนงานหิน

เหน็ดเหนื่อยหนักกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดทะลักเข้ากรุงเทพฯ ที่นับวันหาซื้อได้อย่างง่ายดาย การมอมเมากำลังแทรกซึมเข้าไปทุกตรอกซอกซอย

แต่ที่มันสุดจะทน คือ พวกเมายาแล้วคว้ามีดปอกผลไม้มาจ่อคอคนอื่นเป็นตัวประกัน อย่างที่ดีเจผับย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอ้างว่าเพิ่งเสพยาไอซ์แล้วเครียด เลยระบายเครียดโดยทำให้คนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องเดือดร้อน

แหม...น้อง จะคลั่งทั้งที ไปเผาห้อง จับตัวประกัน นี่ไม่ถูกรุมประชาทัณฑ์จนพิการก็บุญแค่ไหนแล้ว ตกหนักก็ไม่พ้นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องมาระงับเหตุ

ด้วยหน้าที่ต้องกวาดล้างอย่างเด็ดขาดตามนโยบายรัฐบาล ทำให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงอย่าง พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 (ผบก.ปส.1) ยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

“ตำรวจยึดนโยบายรัฐบาล ในหลักปฏิบัติการปราบปรามก็ต้องผสมผสานกันไป งานที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เข้าไปรับผิดชอบ เป็นการทำหน้าที่ 2 ตำแหน่ง คือ กองบัญชาการฝ่ายอำนวยการ กับการทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตส.ตร.)”

แต่อย่างไรก็ตาม ผบก.ปส.1 ย้ำว่า งานปกติคือปราบปรามผู้ค้ารายสำคัญ และรายใหญ่ บช.ปส. มี ปส.1 ถึง ปส.4 ในส่วนของ ปส.1 ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเรียกว่าเป็นพื้นที่ฮาร์ดแลนด์ คือกรุงเทพฯ เป็นศูนย์รวมของสิ่งไม่ดีทุกอย่าง มีผู้ใช้ยาและผู้เสพยาเยอะที่สุด

โดยการปราบปรามในปี 2554 นี้มีนโยบายหลัก คือ 1.เน้นปราบหนักในชุมชนแออัด 2.สถานบริการที่ปล่อยให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการทั้งที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และเปิดเกินเวลา

ขั้นตอนนี้มีกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพ ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในขณะที่ บช.ปส. เป็นกำลังสนับสนุน แต่บางครั้งการเข้าไปตรวจค้นในสถานบริการมันก็กลายเป็นว่าไปแตะเจ้าของพื้นที่ ทำให้มีปัญหา เหมือนว่าเราไปกลั่นแกล้ง ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็ตรวจค้นทั้งปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 3 แล้ว

 

ทลายยาเสพติดเมืองกรุง อุปสรรคบนงานหิน

นอกจากนี้ “ผู้การแสงสูรย์” ยังเปิดเผยอีกว่า กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวแอฟริกาตะวันตกที่ลักลอบขนยาเสพติดจากต่างประเทศโดยใช้วิธีผ่านทางผู้หญิงไทย ที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นโคเคน ในขณะที่กลุ่มชาวเอเชียจะลักลอบขนยาไอซ์เข้ามา

“คนผิวดำนี่สืบสวนยากมาก เพราะจะไม่เข้าใกล้ของเลย แต่จะใช้ให้คนอื่นซุกซ่อนแทน จับยากมาก มีทางเดียวคือต้องมีการสืบสวนระยะยาว แล้วใช้กฎหมาย ป.ป.ส. ที่เรียกว่ามาตรการสมคบ พื้นที่ที่เราจับตาดู เช่น ประตูน้ำ ซอยอ่อนนุช ซอยนานาทั้งเหนือและใต้ เป็นต้น โดยกลุ่มคนผิวดำนี้จะเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ”

ทั้งนี้ รูปแบบการลักลอบที่มักจะพบบ่อย คือ การบรรจุยาเสพติดแล้วกลืนลงท้อง ซึ่งบางครั้งการเอกซเรย์ปกติจะไม่เห็น แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเป็นเป้าหมายแน่นอน เราก็มีวิธีที่จะเอกซเรย์ในอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้เจอการซุกซ่อนในร่างกายได้ ซึ่งในสายข่าวทางลับแล้ว กรณีนี้อธิบายให้ชัดเจนทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้

ในส่วนของการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ ในปีนี้ ผบก.ปส.1 มองว่าในชุมชนต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นยาบ้า แต่ในสถานบริการแหล่งบันเทิงที่วัยรุ่นลูกคนมีเงินไปเที่ยว ส่วนมากจะพบยาเค ยาไอซ์ และโคเคน

“เรื่องเยาวชนเข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการแหล่งบันเทิง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมห่วงใยเยาวชน ถึงกับกำชับลงไปในตำรวจพื้นที่ สน.ต่างๆ ต้องดูแลเป็นพิเศษ ถ้าพื้นที่ไหนปล่อยปละละเลยก็จะมีการขอสนับสนุนกำลังลงไป”

ในปีนี้ตำรวจจะเน้นหนักในการดูแลเยาวชน ป้องกันเยาวชนที่เข้าไปใช้บริการในสถานบริการ จึงขอฝากไปถึงผู้ปกครองช่วยสังเกตความผิดปกติของบุตรหลานที่อยู่ภายใต้การดูแลว่า วันที่หายไปอ้างว่าไปนอนกับเพื่อน ไปดูหนังสือ บางครั้งอาจจะไม่ได้ไปก็ได้ แต่หลบไปเที่ยวตามสถานบันเทิงแทน

“เยาวชนนั้นผมก็พยายามจะไม่ทำให้อนาคตต้องเสียไป อาจจะมีการบังคับให้บำบัด หลีกเลี่ยงที่จะดำเนินคดีกับเยาวชน ผมเคยไปตรวจพื้นที่ห้วยขวาง เจอเด็กอายุต่ำที่สุด คือ 13 ปี ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมแล้ว 650 กว่าคน แต่อย่าให้ระบุเลยว่าเป็นสถานบันเทิงตรงไหน”

พล.ต.ต.แสงสูรย์ บอกอีกว่า ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต คือ ยาเสพติดชนิดใหม่ที่ใช้น้ำยาตรวจแล้วไม่พบสารเสพติด ขณะนี้มีปัญหากับยาเค เพราะน้ำยาตรวจพิสูจน์สารเสพติดยังไม่มีการผลิตออกมา

แต่ถึงแม้ บช.ปส.จะทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลก็กดดันหวังให้การปราบปรามจับกุมผู้ค้ารายใหญ่เพื่อลดการแพร่ระบาดยาเสพติดในกรุงเทพฯ แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ “งบประมาณ”

เนื่องจากงบประมาณในด้านนี้ถูกลดลง ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรคหลักเลย เพราะงบประมาณลดลง 50% การสืบสวนอย่างเดียวนั้นไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้สายข่าวที่ต้องเสี่ยง ใช้ตำรวจอำพรางตัวในกลุ่มผู้ค้า ซึ่งต้องใช้เงินทั้งนั้น

รวมไปถึงความชำนาญและเอาใจใส่ของตำรวจสมัยนี้ลดน้อยลง จริงๆ แล้วตำรวจปราบปรามยาเสพติดต้องถูกปลูกฝังตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน เรียกว่า Recruit สายลับ โดยเฉพาะค่าตอบแทน เงินสินบนรางวัล ซึ่งงบประมาณก็ไม่พออยู่แล้ว เบี้ยเลี้ยงในการออกทำงาน ตี 3 ตี 4 แต่ละครั้งก็ต้องมี

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเสียงสะท้อนของตำรวจที่ทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดโดยตรง นี่ยังไม่นับแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่อื่นที่ได้แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ

รัฐบาลตั้งเป้าไว้อย่างสวยหรูต้องปราบปรามให้เห็นผลภายในระยะเวลาอันสั้น เอาแค่เจาะจงเพียงพื้นที่กรุงเทพฯ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ปส.1 ทุกวันนี้เรียกได้ว่าเจองานหินสุดๆ อยากเห็นผลงานแต่ไม่ให้งบประมาณ อย่าลืมว่าเมืองหลวงได้กลายเป็น “ฮาร์ดแลนด์” ไปแล้ว

สุดท้ายเป้าหมายจะลดอาชญากรรมและลดปัญหายาเสพติด อาจเป็นเพียงตัวเลขสวยๆ ที่วาดไว้บนอากาศก็เป็นได้ ดีไม่ดี คิดกันเล่นๆ เผื่อมีขี้ยาพี้จนเพ้อคลั่ง เลียนแบบดีเจรั่วๆ คว้ามีดมาจ่อคอใครอีกสักคน ถึงตอนนั้นสถานการณ์ยาเสพติดในเมืองอันศิวิไลซ์แห่งนี้คงเข้าขั้นบำบัดลำบากแล้ว!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท