posttoday
ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ทรัพยากรของคนรุ่นนี้เท่านั้นหรือ?

ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ทรัพยากรของคนรุ่นนี้เท่านั้นหรือ?

25 มกราคม 2554

...มนูญ ศิริวรรณ

ประเด็นเรื่องการตรึงราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในประเทศไทยที่เป็นมาอย่างยาวนาน เป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแหลมคมมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้แยกราคาก๊าซ LPG ออกเป็น 2 ตลาด คือ ตลาดครัวเรือนและขนส่ง ให้ตรึงราคาไว้ กับตลาดอุตสาหกรรมและปิโตรเคมี ให้ปล่อยราคาลอยตัวตามราคาในตลาดโลก ก็ปรากฏว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งผมคงไม่แสดงความเห็นในประเด็นนี้ เพราะได้เคยแสดงความเห็นเอาไว้แล้วในบทความก่อนหน้านี้

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงในวันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่มีผู้ยกขึ้นมาอ้างในการตรึงราคาก๊าซ LPG คือ ก๊าซ LPG ผลิตมาจากทรัพยากรธรรมชาติของเราที่เรามีเองในประเทศ คือ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (ความจริงคือผลิตจากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเพียง 50% เท่านั้น นอกนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศในรูปของน้ำมันดิบและในรูปของ ก๊าซ LPG) ดังนั้นคนไทยควรได้บริโภคก๊าซ LPG ในราคาถูก ไม่ควรต้องบริโภคก๊าซในราคาแพงตามราคาในตลาดโลก

คำพูดนี้อาจจะถูก ในสมัยที่เรายังผลิตก๊าซ LPG ได้พอใช้ในประเทศ และยังมีเหลือส่งออกไปขายต่างประเทศด้วย (ไม่นานมานี้เอง ประมาณ 3 ปีที่แล้ว) แต่คงไม่ถูกต้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เราต้องนำเข้าก๊าซ LPG ถึงเดือนละ 130,000150,000 ตัน ในราคาตลาดโลก ซึ่งปัจจุบันราคาตันละ 929 เหรียญสหรัฐ แล้วนำมาขายที่ราคาตันละ 330 เหรียญสหรัฐ โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มาตรึงราคาเอาไว้

พูดอย่างนี้ผมไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเอาราคานำเข้าที่ 929 เหรียญสหรัฐต่อตันมาเป็นราคาขาย แต่เราต้องเอาราคาต้นทุนทั้งหมดมาเฉลี่ยกันเป็นราคาขาย ซึ่งจะทำให้ราคา LPG ในประเทศสูงขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง แล้วให้ประชาชนผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจเลือก ว่าเขาจะเลือกใช้พลังงานชนิดใดเป็นเชื้อเพลิง ใช้มาก ใช้น้อย แค่ไหน ถ้าแพงเขาก็ต้องประหยัด ใช้ให้น้อยลง หรือหันไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอื่นที่ราคาถูกกว่า ไม่ใช่รัฐบาลไปบิดเบือนกลไกราคา แทรกแซงให้เชื้อเพลิงชนิดหนึ่งถูกกว่าอีกชนิดหนึ่ง โดยเก็บเงินจากผู้ใช้ชนิดหนึ่งไปอุดหนุนเชื้อเพลิงอีกชนิดหนึ่ง ทั้งๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคู่ ดังนี้เป็นต้น

กลับมาที่ประเด็นว่า ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เป็นทรัพยากรธรรมชาติของเราเอง เราควรจะตั้งราคาให้ถูกๆ เพื่อให้คนในชาติได้ใช้ในราคาถูกจริงหรือไม่ คำถามนี้ถามร้อยคนว่าถูกต้องไหม ร้อยทั้งร้อยก็ต้องตอบว่าถูก

แต่ผมอยากตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า ถ้าทรัพยากรนั้นมีจำกัดล่ะ ใช้แล้วหมดไป หามาเพิ่มอีกก็ลำบาก ไม่แน่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ถึงหาได้ก็ราคาแพง ที่มีอยู่ก็จะหมดไปในอีก 1020 ปีข้างหน้า เราจะยังคงตั้งราคาถูกๆ เพื่อจะได้ใช้ให้มันหมดไปเร็วๆ อย่างนั้นหรือ อย่าลืมว่าทรัพยากรธรรมชาติทุกชนิดมันมีค่าในตัวของมันเอง แม้เราจะได้มาฟรีๆ มันก็มีค่า ไม่ใช่ว่าได้มาฟรีๆ ได้มาถูกๆ แล้วไม่มีค่า เลยต้องเอามาถลุงให้มันหมดไปเร็วๆ

ข้อสำคัญ ทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าเหล่านี้มันเป็นสมบัติของประเทศชาติ ไม่ใช่สมบัติของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ที่คนรุ่นนั้นจะมีสิทธิยึดครองเอามาใช้ให้มันหมดไปเพื่อประโยชน์ของคนรุ่นนั้นเท่านั้น แต่การใช้ทรัพยากรอันมีค่าเหล่านั้นควรใช้โดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนรุ่นหลัง ว่าเขาจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเขาถลุงทรัพยากรอันมีค่าของประเทศไปจนหมด โดยไม่เหลือให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานมีโอกาสได้ใช้เลย

เราลองสมมติดูว่า ถ้าเราเป็นเด็กที่เกิดขึ้นในวันนี้หรือในอีก 1020 ปีข้างหน้า อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าก๊าซธรรมชาติหมดอ่าวไทย ประเทศไทยต้องนำเข้า LNG ซึ่งมีราคาแพงมาผลิตไฟฟ้า ต้องซื้อก๊าซธรรมชาติราคาแพงจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องซื้อไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานถ่านหิน พลังงานนิวเคลียร์จากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเอาความมั่นคงทางด้านพลังงานทั้งหมดไปฝากไว้กับประเทศอื่น เพียงเพราะคนในรุ่นปัจจุบันพอใจกับการได้ใช้ก๊าซในราคาถูกๆ และยินดีที่จะใช้มันอย่างสิ้นเปลืองให้หมดไปอย่างรวดเร็วเพราะเป็นพลังงานที่เราผลิตได้เองภายในประเทศ

ถ้าผมเป็นเด็กที่เกิดวันนี้หรือเกิดในอีก 1020 ปีข้างหน้าแล้วผมต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้ ผมคงต้องไปยืนอยู่ที่หลุมฝังศพของบรรพบุรุษของคนไทยในรุ่นนั้น และประณามคนรุ่นก่อนว่าช่างเห็นแก่ตัว ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่คำนึงถึงอนุชนรุ่นหลัง ไม่เหลือทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้เลย รวมทั้งคงต้องประณามนักการเมืองที่วางนโยบายพลังงานและบริหารจัดการพลังงานด้วยว่าช่างมีความสามารถเสียเหลือเกินที่สามารถบริหารจัดการให้ทรัพยากรอันมีค่าของชาติหมดไปได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการตรึงราคาพลังงานให้ถูกใจประชาชนในยุคของท่าน แต่ทำร้ายลูกหลานไทยในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง

ความจริงแล้วสำหรับประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานจำกัดและต้องนำเข้าพลังงานสุทธิอย่างประเทศไทย ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของประเทศ คือ การประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายพลังงานราคาถูกและการตรึงราคาพลังงาน

จริงๆ แล้วรัฐบาลควรหาทางใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยให้ได้มูลค่าเพิ่มมากกว่านี้ แทนที่จะเอามาเผาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามากมายถึง 70% อย่างทุกวันนี้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย เขาเอาก๊าซธรรมชาติมาเพิ่มมูลค่าเป็นก๊าซ LNG เพื่อส่งออกในราคาสูงแล้วนำเข้าถ่านหิน (คุณภาพสูง) ที่มีราคาต่ำกว่ามาผลิตไฟฟ้าอย่างนี้ เป็นต้น ทำให้ประเทศชาติได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มที่ และยังช่วยลดต้นทุนการผลิต (ค่าไฟฟ้า) ได้อีกด้วย

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมก็ชักจะเชื่อในสุภาษิตการเมือง ที่ผมเคยร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยที่ว่า “นักการเมืองคิดถึงแต่ (คะแนนเสียง) วันนี้ ส่วนรัฐบุรุษคิดถึงอนาคต (ประเทศชาติ) ในวันหน้า” !!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท