
กกต.ขู่ ดำเนินการตามกฎหมาย ผู้สมัครสว.นัดรวมตัว บล็อกโหวต
กกต.ขึงขัง สั่งเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล ผู้สมัครสว. รวมตัวพื้นที่กทม. ต่างจังหวัด จัดกิจกรรมผู้สมัครแนะนำตัว บล็อกโหวต ย้ำได้หลักฐานชัด พร้อมดำเนินคดี ประธานกกต. เผยมีเรื่องร้องเรียน300เรื่อง เกาะติดเลือกแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ กำชับ ฝ่ายสอบสวนเร่งตรวจสอบ
วันที่ 26มิ.ย. เพจเฟซบุ๊คสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวมีเนื้อหาว่า ตามที่ปรากฏกระแสข่าวทางสื่อสารมวลชนว่า มีกลุ่มบุคคลผู้สมัคร สว. ได้รวมตัวกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดอื่นๆ เพื่อจัดกิจกรรมให้ผู้สมัคร สว. มารวมตัวกัน ณ สถานที่นัดหมาย เพื่อให้ผู้สมัคร สว. มีการแลกเปลี่ยนคะแนน กำหนดบุคคลในกลุ่มของผู้สมัครสว. ให้เป็นผู้ทำหน้าที่เลือกบุคคลในกลุ่มต่างๆ ที่กำหนดให้ได้รับการเลือกเป็นสว. และได้มีการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกสว. ให้ลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครผู้หนึ่งผู้ใด (บล็อกโหวต) หรือชี้นำให้บุคคลในกลุ่มของผู้สมัคร สว. เลือกหรือไม่เลือกผู้หนึ่งผู้ใด นั้น
กกต. ได้รับทราบข้อมูลในการจัดกิจกรรมดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้สั่งการให้ชุดการข่าว, ชุดเคลื่อนที่เร็ว, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และพนักงานสืบสวนของทุกจังหวัด ลงพื้นที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสโดยดำเนินการก่อนที่มีการจัดให้มีการเลือก สว. ระดับอำเภอ, ระดับจังหวัด และระดับประเทศ
บัดนี้ ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำความผิดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากผู้ใดมีข้อมูลหรือเบาะแสชี้ชัดว่า มีผู้สมัคร สว. ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวมายัง กกต. เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป
เช้าวันเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีโพยออกมา จะมีใครได้รับเลือกบ้างว่า ได้ยินข่าวว่าแต่ละกลุ่มคาดว่าจะมีใครได้รับเลือกบ้าง ถ้าจะดูกรอบกฎหมายจริงๆ กฎหมายห้ามทำโพล แต่การให้ข้อคิดเห็นว่า ควรจะเลือกใคร เป็นการเสนอว่ามีผู้ใดน่าจะเข้าตา โดยแนวปฏิบัติของกกต. หากพบว่า มีความผิดปกติสำนักงาน จะศึกษาข้อเท็จจริง
ถามว่ากรณีที่มีการพบปะแนะนำตัวกันของผู้สมัคร นายอิทธิพรกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถือว่าไม่ได้ผิดกฎหมายเพราะศาลปกครอง ได้มีการผ่อนคลายให้ผู้สมัครได้มีการแนะนำตัวให้ได้มากที่สุดกระบวนการใดที่ทำโดยเปิดเผย ถือว่าเป็นกระบวนการที่ทำโดยสุจริต แต่ทุกเหตุการณ์กกต.ส่งเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการฝ่าฝืนกฎหมาย
ส่วนการล็อบบี้ หากมีจริงจะสง่างามหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ถ้าเป็นการล็อบบี้แบบไม่ให้ผลประโยชน์ ก็เป็นเรื่องปกติของการสมัคร
ถามถึงกระแสข่าวเรื่องการซื้อเสียงระดับประเทศที่มีจำนวนเงินถึงหลักแสนถึงล้านบาท นายอิทธิพรกล่าวว่า ติดตามการทุจริตมาโดยตลอด ตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอ หากมีพยานหลักฐานเมื่อใดก็รีบดำเนินการ เราทำงานเป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่ใช่ว่าจะเรียบร้อยง่ายๆได้เสมอ
ขอความร่วมมือจากประชาชนหลายครั้งว่า ถ้าหากมีเบาะแสขอให้แจ้ง รางวัลจะมีมากกว่าสิ่งที่จะได้ด้วยซ้ำไป เมื่อมีการแจ้งเบาะแส ก็อยู่ในระหว่างกระบวนการของสำนักงาน ฝ่ายสืบสวนที่จะเป็นจุดเริ่มต้น ที่จะดูว่าข้อมูลข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเรื่องนี้สมควรทำพยานหลักฐานโดยเร็วและเสนอกกต.หรือไม่ คำร้องขณะนี้มีประมาณ 300 เรื่อง และมีเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากนี้ที่กกต.พบ







