
‘มาร์ค’กร้าวปัดเงื่อนพธม. จับมือระเบิดจ่อบึ้มมัฆวานฯ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทั้ง 3 ข้อได้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเสียหาย เสียดินแดน และอาจนำไปสู่การเกิดสภาวะสู้รบ และหากถอนตัวจากกรรมการมรดกโลก กัมพูชาต้องเดินหน้าแผนบริหารพื้นที่บนมรดกโลกได้ทันที เพราะไม่มีใครไปค้านเนื่องจากไทยถอนตัว
“
ผมตัดสินใจอย่างนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ รักษาดินแดน ประโยชน์ของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” นายกรัฐมนตรี กล่าวด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พธม. กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของ พธม.ที่ให้นายอภิสิทธิ์ดำเนินการ 3 ข้อ คือ 1.ให้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการมรดกโลก 2.การยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2543 และ 3.ผลักดันชาวกัมพูชาออกไปจากแผ่นดินไทย
“
เราจะชุมนุมไปไม่หยุด ขึ้นอยู่กับนายกฯ ว่าจะแก้ไขในประเด็นที่เรียกร้องหรือไม่ หากยังไม่จัดการกับปัญหา เราก็จะชุมนุมยืดเยื้อต่อไป แต่เราจะไม่เข้าไปในทำเนียบฯ” พล.ต.จำลอง กล่าวพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 กองร้อย ในการดูแลการชุมนุมของพธม. ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 25 ม.ค. และที่ต้องวางกำลังเข้มเพราะหวั่นจะมีการปะทะกันขึ้นได้
พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจจะใช้แผนกรกฎ 52 เน้นป้องกันไม่ให้มีการปะทะกัน และได้จัดกำลังดูแลทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาไม่ให้ผู้ชุมนุมปิดทางเข้าออก หรือบุกรุกสถานที่ราชการ และหากมีความรุนแรงจะเสนอให้ปรับระดับความเข้มของการป้องกัน
ทั้งนี้ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ตำรวจจับกุมชายต้องสงสัยได้บริเวณสะพานมัฆวานฯ ค้นในตัวพบระเบิดแสวงเครื่องชนิดตั้งเวลาติดไว้กับนาฬิกา 2 เครื่อง โดยเบื้องต้นชายดังกล่าวสารภาพว่ามีคนว่าจ้างให้วางระเบิดหลังทำเนียบรัฐบาล แต่เมื่อมาถึงพบว่ามีรั้วสูงเข้าไปไม่ได้จึงถูกจับเสียก่อน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแถลงรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 25 ม.ค.







