
ร้านกาแฟเลิกขายปาท่องโก๋หลังน้ำมันปาล์มแพง
ร้านกาแฟเมืองหมูย่างได้รับผลกระทบหนักหลังจากน้ำมันปาล์มมีราคาแพงและขาดแคลน หลายร้านต้องเลิกทอดปาท่องโก๋ขนมพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ประจำร้าน
ร้านกาแฟเมืองหมูย่างได้รับผลกระทบหนักหลังจากน้ำมันปาล์มมีราคาแพงและขาดแคลน หลายร้านต้องเลิกทอดปาท่องโก๋ขนมพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ประจำร้าน
บรรยากาศตามร้านกาแฟ หรือร้านอาหารยามเช้าต่างๆ ในจ.ตรัง ในช่วงที่เกิดภาวะน้ำมันปาล์มขาดแคลนในท้องตลาด และมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างมากมา 1-2 เดือน พบว่าเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตขนมทอดขึ้นชื่อชนิดต่างๆ ที่ต้องใช้น้ำมันปาล์มทอดครั้งละเป็นปริมาณมาก ๆ โดยเฉพาะขนมพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัด คือ ปาท่องโก๋ หรือที่ชาวจีนแต้จิ๋ว เรียกกันว่า ขนมอิ่วจาก้วย หรือที่ชาวตรังเรียกกันอีกชื่อว่า ขนมจาโก้ย
จากการสำรวจตามร้านกาแฟ หรือร้านอาหารยามเช้าล่าสุด พบว่าหลายแห่งไม่ได้ผลิตขนมปาท่องโก๋ขายเหมือนเมื่อก่อน เมื่อมีผู้คนหรือนักท่องเที่ยวไปสอบถามก็ได้รับคำตอบว่า เป็นผลมาจากน้ำมันปาล์มที่เกิดภาวะขาดแคลน และมีราคาแพง หลายร้านจึงต้องปิดตัวลง จากเดิมซึ่งเคยซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 37 บาท ได้ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 53 บาท และอาจมีแนวโน้มพุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 60 บาท ทำร้านกาแฟหลายร้านเลิกขายปลาท่องโก๋เพื่อลดต้อนทุน
นางเตือนใจ จงรัก อายุ 32 ปี เจ้าของร้านกาแฟเตือนใจ บอกว่า น้ำมันปาล์มมีราคาสูงขึ้น ทำให้ทางร้านมีกำไรลดลงไปมาก แม้จะได้หาซื้อน้ำมันปาล์มชนิดถุง ตามร้านค้าในตลาดสดนำมาใช้แทนน้ำมันปาล์มชนิดบรรจุขวด เพราะมีราคาถูกกว่า ทางร้านยังต้องใช้น้ำมันปาล์มครั้งละปริมาณมากๆในการทอดปาท่องโก๋ แต่ก็ยังคงราคาปาท่องโก๋เอาไว้เหมือนเดิม โดยอยู่ที่ราคาคู่ละ หรือตัวละ 3 บาท หากขึ้นราคาลูกค้าก็จะซื้อไม่ไหว ส่วนร้านอื่นที่สู้ไม่ไหวมีหลายร้านก็เลิกขายปาท่องโก๋ ขายกาแฟอย่างเดียว







